Browsed by
หมวดหมู่: Uncategorized

เล่นสล็อตช่องเกม Pandora เพื่อความสนุกและกำไร

เล่นสล็อตช่องเกม Pandora เพื่อความสนุกและกำไร

เกมสล็อตแมชชีนยืมธีมจากหลากหลายแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการเมืองกับศาส
นาตำนานและอื่น ๆ เกมสล็อตกล่องของ Pandoraมีรากฐานมาจากวรรณคดีกรีกคลาสสิก
เนื้อเรื่องลึกลับตื่นเต้นและค้นพบเป็นที่ของเรื่องเดิมเกมอย่างสมบูรณ์จับวิญญาณของ
Pandora, สาวที่ต้องการค้นพบทุกอย่าง

การชนะในเกมสล็อตแมชเป็นกลยุทธ์ที่น้อยและมีความโชคดีมากขึ้น
นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้เล่นหลายคนชอบเครื่องสล็อตเพราะคิดว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายที่จะชนะเงินบางส่วนในขณะที่มีเวลาสนุกสนานจริงๆอย่างไรก็ตามเกมสล็อตที่มีความซับซ้อนเช่นสล็อตช่องของ Pandoraผู้เล่นยังคงต้องใช้งานเกมนี้เล็กน้อยโดยอย่างน้อยต้องจดจำการปรากฏตัวของชุดค่าผสมหรือสัญลักษณ์ต่างๆที่สมควรได้รับรางวัลโดยเฉพาะ

กฎอย่างรวดเร็ว

เทพแห่งเทพและ Zeus เป็นไอคอนที่โดดเด่นซึ่งปกครองเกมนี้โดยมี 5 วงเงินและ 20
เส้นเดิมพันโดยมีการวางเดิมพัน 4 ระดับในแต่ละเซ็ต
สัญลักษณ์ทั้งสองมีอุปกรณ์เสริมเช่นสายฟ้าที่ซุสได้รับซึ่งสามารถคูณการจ่ายเงินได้มากถึงสี่เท่า

นี่ลอร์ดออฟเดอะเทพซุสเป็นสัญลักษณ์ป่า
เมื่อไอคอนปรากฏขึ้นหมายถึงผลประโยชน์ต่างๆของเครื่องเล่นขึ้นอยู่กับจำนวนครั้ง
ตำแหน่งและความสัมพันธ์กับสัญลักษณ์อื่น ๆ

สัญลักษณ์ไวด์มักจะเข้ามาแทนที่ไอคอนอื่น ๆเพื่อช่วยในการผสมผสานการชนะที่ไม่สมบูรณ์อย่างอื่นอีกคนหนึ่งที่รู้ว่าลักษณะของสัญลักษณ์ป่ายังสามารถเพิ่มมูลค่าที่ชนะได้สองเท่าของจำนวนเงิน

กฎอย่างรวดเร็วอื่น ๆ สำหรับสัญลักษณ์ป่า:

การทดแทนผ่านการ์ดป่าจะใช้สัญลักษณ์เกือบทั้งหมดยกเว้นไอคอนโฟรไคท์เป็นสัญ
ลักษณ์กระจัดกระจาย
มีสัญลักษณ์ Zeus Wild
สีทองและการปรากฏตัวบนวงล้อหมายถึงระดับการจ่ายเงินของผู้เล่นจะมีมูลค่ามากก
ว่าสองเท่าของจำนวนเงิน
ไอคอนป่าปกติในขณะเดียวกันสามารถเป็นสองเท่าของอัตราการจ่ายเงิน
การได้รับสัญลักษณ์ Zeus 5
ตัวในผู้ให้บริการเพย์ไลน์เพียงครั้งเดียวสามารถรับแจ๊คพ็อต 10,000 เหรียญ
ในขณะที่เทพธิดาแห่งความรัก Aphrodite
เป็นสัญลักษณ์กระจายของเกมและไอคอนซ้ำสามครั้งนี้จะทำให้ผู้เล่นได้รับฟรีและโบ
นัส ไอคอน Aphrodite ช่วยให้ผู้เล่นชนะได้มากขึ้นผ่าน:

อย่างน้อยสองภาพของสัญลักษณ์กระจายรางวัลผู้เล่นได้รับการหมุนฟรีมีโอกาสมาก
ขึ้นในการกดปุ่มคพ็อตในขณะที่เล่นรอบเดียวกันฟรีแน่นอนเหล่านี้ผู้เล่นสามารถชนะได้รับโอกาสในการเล่นสปินฟรีอีกครั้งขอบคุณที่มาครับ…

ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพ

ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพ

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารที่เพียงพอในหนึ่งวัน

2. รับประทานข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ
หรือเลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาวเพื่อคุณค่าและใยอาหารมากกว่า

3. กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ
จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้

4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
เพราะปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่าย
ส่วนถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เช่นกัน

5. ดื่มนมเพื่อเสริมสร้างแคลเซียม

6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ลดอาหารประเภททอด ผัด หรือแกงกะทิ

7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด หวานจัด เค็มจัด

8. กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน
อาหารที่ไม่สุกและปนเปื้อนเชื้อโรคและสารเคมี เช่น สารบอแร็กซ์ สารเร่งสี 9.
งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เพราะทำให้มีความเสียงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคตับแข็ง
โรคมะเร็งในหลอดอาหาร และโรคร้ายอีกมาก…

4 วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง

4 วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง

วิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรทำอย่างสม่ำเสมอโดยทำการตรวจเดือนละ 1 ครั้ง
ในช่วงตั้งแต่มีประจำเดือนประมาณ 7-10 วัน
โดยเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการมีประจำเดือน หรือตรวจในช่วงที่รู้สึกว่าเต้านมนิ่มลง
เนื่องจากในช่วงระยะเวลานั้นเต้านมจะไม่ตึงตัวมาก จึงสามารถคลำก้อนได้ชัดเจน
หรือคลำก้อนที่มีขนาดที่ยังเล็กได้โดยง่าย
ส่วนผู้ที่เข้าสู่วัยทองซึ่งประจำเดือนหมดไปแล้ว หรือได้รับการผ่าตัดมดลูกไปแล้ว
ให้กำหนดวันที่แน่นอนสำหรับการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนเพื่อการ
จดจำง่าย และให้ตรวจวันเดียวกันของทุกเดือน เช่น วันที่ 1 ของเดือน
หรือวันสุดท้ายของเดือน เป็นต้น
ขั้นตอนแรกของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
1.
การสังเกตความผิดปกติด้วยการดูลักษณะภายนอกของเต้านมการดูโดยให้ยืนตรงมือ
แนบลำตัว สังเกตลักษณะของเต้านมว่ามีการเปลี่ยนแปลงของหัวนมหรือไม่
ลักษณะของผิวหนังมีรอยบุ๋ม มีก้อนนูน ผิวหนังบวม
มีแผลหรือมีเส้นเลือดสีดำใต้ผิวหนังมากเพิ่มขึ้นที่ผิดปกติหรือไม่
การดูให้สังเกตเปรียบเทียบเต้านมทั้งสองข้างว่าแตกต่างผิดไปจากเดิมหรือไม่ด้วย
ทำการหันตัวเล็กน้อยเพื่อสามารถมองเห็นด้านข้างของเต้านมทั้งสองข้างได้อย่างชัดเ
จน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและรอยบุ๋มเช่นเดียวกัน

2. ยกมือขึ้นทั้ง 2 ข้าง
เพื่อสังเกตความผิดปกติของรอยบุ๋มของผิวหนังบริเวณเต้านมที่เกิดจากการดึงรั้ง
เนื่องจากในรายที่เป็นมะเร็งอาจจะมีการดึงรั้งของเนื้อเยื่อให้เกิดรอยบุ๋มได้
เอามือท้าวสะเอวเพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกตึงตัว
แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อให้สังเกตรอยดึงรั้งของผิวหนังได้ง่ายขึ้น

เมื่อไม่พบความผิดปกติจากการสังเกตดูที่เต้านมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ
การคลำที่เต้านม

3. การคลำ การตรวจเต้านมควรทำทั้งในท่านั่งและท่านอน สิ่งที่สำคัญของการตรวจ
คือ การตรวจให้ทั่วพื้นที่ของบริเวณเต้านม โดยใช้ด้านฝ่ามือของนิ้วชี้ นิ้วกลาง
และนิ้วนาง บริเวณค่อนไปทางปลายนิ้วเนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ไวต่อการสัมผัส
การคลำเต้านมจะต้องคลำให้ทั่วทั้งพื้นที่ของเต้านม
ในลักษณะคลึงวนเป็นก้นหอยเล็กๆ ไปตามเต้านม
เนื่องจากตำแหน่งของเต้านมที่อยู่บนผนังทรวงอกเป็นตำแหน่งที่สามารถตรวจพบมะเ
ร็งเต้านมได้

4. สังเกตความผิดปกติว่ามีของเหลว
หรือเลือดออกจากหัวนมในขณะที่กดบริเวณปานนมหรือไม่
การบีบบริเวณหัวนมควรทำด้วยความนิ่มนวล
ไม่ควรบีบเค้นบริเวณหัวนมอย่างรุนแรง
เพราะหากมีความผิดปกติจะพบว่ามีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนมเมื่อมีการกดโดยไม่ต้อ
งบีบเค้น

ในท่านั่ง ใช้นิ้วมือคลำบริเวณเต้านม ส่วนที่อยู่ใต้รักแร้ว่ามีก้อน
หรือต่อมน้ำเหลืองที่โตผิดปกติหรือไม่
โดยการห้อยแขนลงมาเพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกหย่อนลง
เนื่องจากหากกล้ามเนื้อตึงเกินไปจะไม่สามารถคลำรักแร้ได้อย่างชัดเจน
จากนั้นทำการตรวจโดยการนอนบนที่นอนยกแขนหนุนศีรษะ
ในท่านี้อาจจะใช้ผ้าขนหนูม้วน
หรือใช้หมอนขนาดเล็กสอดรองที่บริเวณหลังและไหล่ข้างที่ต้องการตรวจ
เพื่อทำให้บริเวณทรวงอกด้านนั้นแอ่นขึ้นมาเล็กน้อย
จะสามารถคลำได้ชัดเจนดียิ่งขึ้น การคลำเต้านม จะใช้นิ้วมือ 3 นิ้ว
คลำในลักษณะคลึงวนเป็นก้นหอยเล็กๆ บริเวณเต้านมให้ทั่วทั้งเต้านม

ในระดับความแรง 3 ระดับ คือ ระดับตื้นลงไปจากผิวหนังเล็กน้อย ระดับที่ลึกลงไป
และระดับที่ลึกถึงผนังหน้าอก โดยทิศทางในการคลำสามารถทำได้หลายวิธี
ซึ่งสามารถเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้…

ศัพท์การออกกำลังกายที่ควรรู้

ศัพท์การออกกำลังกายที่ควรรู้

คนออกกำลังกายใหม่เวลาเจอเพื่อนที่เล่นออกกำลังกายด้วยกัน อาจจะมีหลุดคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายออกมาบ้างเรามาดูกันว่าศัพท์สำคัญเหล่านั้นมีอะไรบ้าง

คาร์ดิโอ

คาร์ดิโอ หมายถึงการออกกำลังกายที่ใช้ในเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนมาเป็นการออกกำลังกายต่อเนื่องระยะยาว ให้หัวใจเต้นในจังหวะต่อเนื่อง ราว 85 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเต้นสูงสุด เพื่อดึงไขมันออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

วอร์มอัพ

เป็นศัพท์ง่ายๆ ที่ทุกคนเข้าใจแต่ไม่ค่อยนิยมทำกันเพราะคิดว่าเสียเวลา แต่ที่จริงแล้วเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายของคุณได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการเหยียดยืดกล้ามเนื้อให้พร้อมกับการออกกำลังกายหนัก ลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี

คูลดาวน์

มาคู่กับวอร์มอัพ หมายถึงการการผ่อนคลาย ลมหายใจ ให้หัวใจค่อยๆเต้นช้าลง อุณหภูมิร่างกายลดลง และยืดกล้ามเนื้อก่อนจบการออกกำลังกาย สลายกรดในกล้ามเนื้อ

เซอร์กิตเทรนนิ่ง

คำนี้จะได้ยินกับคนออกกำลังกายอย่างจริงๆ จังๆ หมายถึง โปรแกรมการออกกำลังกายแบบครบวงจรตั้งแต่กล้ามเนื้อเท้าจนถึงหัวไหล่ หากออกได้ตามโปรแกรมนี้จะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

บอดี้ บิลด์ดิ้ง

แปลเป็นไทยง่ายๆ หมายถึงการสร้างกล้ามเนื้อ แต่ยังไม่ถึงระดับนักเพาะกาย ออกกำลังกายด้วยการยกเวทหรือออกกำลังกายแบบแรงต้านเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ยกระดับการเผาพลาญพลังงานของตัวเอง…

ผลเสียของอาการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด

ผลเสียของอาการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด

ปัจจุบันอาหารฟาสต์ฟู้ด นั้นได้รับความนิยม
โดยเฉพาะกับเหล่าวัยเรียน, วัยทำงาน ที่ช่วงชีวิตเร่งรีบ
จนไม่มีเวลาเลือกทานอาหารที่เหมาะสม ทำให้ ฟาสต์ฟู้ด
นั้นสามารถตอบโจทย์ได้ดี
นอกจากนี้วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยชอบรับประทานอาหารเหล่านี้
สาเหตุแห่งความนิยมประการหนึ่ง
เกิดจากอาหารฟาสต์ฟู้ดมีการโฆษณาจูงใจให้ลุ่มหลงได้ง่าย
ผู้ผลิตอาหารจึงพยายามออกแบบให้อาหารเหล่านี้มีรูปลักษณ์ที่ถูกใจวัย
รุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้คือ
สภาพครอบครัวปัจจุบันที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารในบางมื้อ
พ่อแม่บางคนจึงจูงลูกจูงหลานไปฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดริมท
าง ซึ่งอาหารฟาสต์ฟู้ดนั้นไม่ได้ส่งผลดีกับสุขภาพ
มีโทษมากมายต่อร่างกาย นอกจากความรวดเร็วและสะดวกเท่านั้น

โดยคนส่วนใหญ่มักไม่ทราบข้อมูลว่าการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดบ่อ
ยๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลเสียต่อสุขภาพ
เพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยแป้ง ไขมัน
และน้ำตาล
นอกจากนี้
วงการโภชนาการของสหรัฐอเมริกาและองค์การอนามัยโลก
เรียกอาหารเหล่านี้ว่า “อาหารขยะ” หรือ Junk Food
เพราะเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เหมาะสมกับความต้อง
การของร่างกาย และให้เฉพาะแต่พลังงานเท่านั้น

ซึ่งหากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพเ
ป็นอย่างมาก เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ กำลังเป็นปัญหาในประเทศตะวันตกทั้งหลาย

ส่วนอาการกับเด็กการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดของเด็กยากจนที่ไม่มี
อาหารรับประทานจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต
และพัฒนาการของร่างกายระยะยาว และยังจะทำให้เกิดโรคอ้วน
จึงมีความเสียงต่อการเกิดโรคต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีโรคที่เรียกว่า เดอะ จังก์ฟู้ด ซินโดรม
เกิดจากการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการผิ
ดปกติ ซึ่งมักพบในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 – 12 ปี
ที่รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดต่อเนื่องมาได้ระยะหนึ่ง
จึงปรากฏอาการที่ผิดปกติ ได้แก่ ตื่นเต้นง่าย ควบคุมตนเองไม่ค่อยได้
ฝันร้าย ปวดท้อง เกิดความเหนื่อยหน่าย อารมณ์ร้อน ก้าวร้าว ดื้อดึง
และไม่มีสมาธิในการเรียน สุดท้ายก็ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ
และไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยจากการรับประทานอาหาร ฟาสต์ฟู้ด หรือ
จังก์ฟู้ด คือการบวมน้ำ จากการบริโภคจำพวกเฟรนช์ฟรายด์
มันฝรั่งทอดกรอบต่างๆ ที่วางขาย มักมีส่วนผสมของ เกลือ หรือโซเดียม
ในปริมาณที่สูงมาก และบรรดาโซเดียมนี่ล่ะ จะเป็นตัวดูดน้ำ
เข้ามาเก็บไว้ในเนื้อเยื่อ จนทำให้ร่างกายบวมน้ำ ถ้ารู้ว่าวันไหน
รับประทานอาหารจำพวกนี้เยอะไปล่ะก็ ให้รับประทานผลไม้
ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น สับปะรด กล้วย แอ๊ปเปิ้ล
เพื่อช่วยขับโซเดียมออก เพื่อลดอาการบวมน้ำ
และไปส่งผลเสียต่อไตในอนาคตอีกด้วย
เรียกได้ว่าข้อดีไม่ค่อยจะมีนอกจากได้รับพลังงานเท่านั้น…

กลิ่นเท้าเหม็นไม่ใช่เรื่องตลก ขอแก้ด้วย 2 วิธี

กลิ่นเท้าเหม็นไม่ใช่เรื่องตลก ขอแก้ด้วย 2 วิธี

เรื่องเท้าเหม็นเป็นอะไรที่อี๋มาก ยิ่งใครเล่นกีฬาเสร็จใหม่ๆ

แล้วมาถอดถุงเท้ารองเท้าในห้องแอร์นะ ห้องแทบแตก
อีกอย่างเท้าเหม็นไม่ใช่สไตล์ ถึงจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับใครๆ ก็ได้
แต่นี่เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี ลองไปดู 2
สเต็ปเหล่านี้ที่เรานำมาฝากกัน
จัดการกับเท้าเราก่อน
รักษาความสะอาดเป็นพิเศษกว่าที่เคย ให้ล้างน้ำ ถูสบู่ แล้วขัดถูทุกซอกมุม
อาจใช้หินขัดเท้าร่วมด้วย
เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งที่ล้างเท้า
หมั่นทาครีมบำรุงผิวเท้าหรือวาสลีนเพื่อให้เท้านุ่มชุ่มชื้น
ไม่ใส่ถุงเท้า รองเท้า ขณะที่ครีมบำรุงยังชุ่มอยู่
เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มความอับชื้น
รักษาเท้าให้แห้งอยู่เสมอ
ถ้าเท้าเปียกชื้นให้หาแป้งฝุ่นหรือผงดับกลิ่นเท้ามาทาให้ทั่ว
ก่อนใส่ถุงเท้าเพราะจะช่วยดูดซึมความชื้นได้ดี
สเปรย์สมุนไพร สเปรย์ระงับกลิ่นเท้าก็ช่วยได้
สปาเท้าด้วยสูตรจากธรรมชาติ เช่น แช่เท้าในน้ำที่ใส่สารส้มแบบก้อน
ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หรือด่างทับทิมผสมน้ำอุ่น
ระหว่างที่แช่เท้าก็ขัดถูเท้าไปด้วย นอกเหนือจากนี้ก็มีเบคกิ้งโซดาผสมน้ำพอข้น
หรือน้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยต่อน้ำอุ่น 1 กะละมังเล็ก
ก็สามารถนำมาผสมกับน้ำแล้วแช่เท้าได้เหมือนกัน
น้ำยาเดทตอล หรือน้ำยาบ้วนปากก็นำมาผสมน้ำแช่เท้าได้ ให้ใช้ประมาณ 2-3 ฝา
ผสมกับน้ำ ระหว่างที่แช่เท้าก็ใช้แปรงทำความสะอาดขัดไปด้วย
เมื่อใช้เป็นประจำก็จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี อีกทั้งยังลดปัญหาเท้าเหม็นได้อีกด้วย
ถุงเท้า จัดการยังไง
ซักถุงเท้าให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ ไม่นำถุงเท้าที่ใส่แล้วมาใส่ซ้ำอีกรอบ
นอกจากนี้ต้องตากถุงเท้าให้แห้ง

เพราะแบคทีเรียที่สะสมจะเป็นตัวการการเกิดกลิ่นเหม็น
และถ้าพอมีเวลาให้นำถุงเท้าไปแช่น้ำอุ่นหรือน้ำผสมผักซักฟอกก่อนซัก 30
นาทีเพื่อฆ่าเชื้อโรค

เลือกถุงเท้าที่เป็นผ้าฝ้าย 100% เพราะจะช่วยระบายอากาศได้ดี
สวมใส่ถุงเท้าที่ขนาดพอเหมาะ ไม่คับจนเกินไป เพราะทำให้ระบายอากาศได้น้อย
หากต้องสวมใส่รองเท้ากีฬา หรือรองเท้าหุ้มส้นที่ปิดหัวปิดท้าย
ควรสวมใส่ถุงเท้าด้วยทุกครั้ง
เมื่อนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ให้ถอดถุงเท้า รองเท้าออก เพื่อลดกลิ่นอับชื้น…

แค่เลือกกิน!สุขภาพผิวสร้างได้ไม่ยาก

แค่เลือกกิน!สุขภาพผิวสร้างได้ไม่ยาก

ผิวสวยสุขภาพดีมีออร่าเปล่งประกายสดใสใครๆ ก็ปรารถนา เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้แล้ว
ในเวลาที่ต้องแต่งตัวก็ไม่ต้องมาคอยกังวลหรือยุ่งยากในการจัดหาเสื้อผ้า
เพราะไม่ว่าจะเป็นแบบไหนหรือสีอะไรก็ไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อให้ได้ผิวที่สวยงาม
เราต้องทำการบำรุงผิวซึ่งโดยปกติเราก็บำรุงภายนอกด้วยครีมเพียงอย่างเดียว
ถ้าอย่างนั้นเรามาลองวิธีการบำรุงผิวจากภายในโดยการทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้เรามีสุขภาพผิวที่ดีและสว
ยงามกันดูบ้าง
1.อาหารจำพวกโอเมก้า
โอเมก้ามีคุณสมบัติช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังให้มีสุขภาพดี มีความชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน
อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มีผลให้ผิวสุขภาพดีแลดูมีน้ำมีนวลและขาวอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถพบโอเมก้าได้จากไข่ ถั่วเหลือง
ผักโขม น้ำมันตับปลาและปลาเเซลมอน เป็นต้น
2.อาหารจำพวกธัญพืช
โดยเฉพาะธัญพืชอย่างเช่นเมล็ดทานตะวัน ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารสำหรับบำรุงผิวจำพวก วิตามินอี วิตามินบี 2
โปรตีนและรวมถึงโอเมก้าด้วย เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยในการบำรุงผิวพรรณ
ช่วยลดความหมองคล้ำ ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย
ทำให้ผิวเนียนนุ่มและเปล่งปลั่งสดใสดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติได้
3.ดื่มน้ำให้เยอะๆ
น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกายเรา ช่วยให้ระบบกลไกการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล
ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของเสียและล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกนี้การดื่มน้ำยังเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวสดใสเปล่งปลั่งแลดูมีชีวิตชีวา ดังนั้น
เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
เพื่อให้ผิวมีสุขภาพดีเราต้องบำรุงทั้งภายในและภายนอกควบคู่กันไป และที่สำคัญอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ
ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วรับรองว่าคุณจะได้ผิวที่เนียนสวยใส เป๊ะปังดังใจปรารถนาอย่างแน่นอน…

ตาหายคล้ำได้ง่ายๆ ด้วยมาสก์ตาจากกาแฟ

ตาหายคล้ำได้ง่ายๆ ด้วยมาสก์ตาจากกาแฟ

ถ้าคุณเป็นคนรักกาแฟแล้วคุณรักผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกาแฟอย่างแน่นอนกาแฟเป็นเครื่องช่วย ความงาม ที่ยอดเยี่ยมเต็มไ
ปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และคาเฟอีนในกาแฟจะเป็นประโยชน์ต่อปัญหาต่างๆ เช่น รอยคล้ำใต้ตา ไม่ได้ให้สาวๆ
อื่มกาแฟทุกชั่วโมงนะคะ เดี่ยวจะนอนไม่หลับได้
แต่จะให้สาวๆ เปลี่ยนกาแฟที่เรากินเป็นประจำนำมาทำเป็นมาสก์งง่ายๆ ที่สาวๆ สามารถทำเองได้เช่นกัน ดังนี้
วิธีทำมาสก์จากกาแฟ
กาแฟมีคาเฟอีนที่ช่วยปกป้องเซลล์จากรังสี UV และชะลอกระบวนการ photoaging ของผิวซึ่งจะช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย
คาเฟอีนในกาแฟสามารถทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่นต่อต้านอนุมูลอิสระและลดความหมองคล้ำใต้วงรอบดวงตาและริ้วร
อยรอบดวงตากาแฟมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่สามารถช่วยลดรอยแดงและกระชับผิวได้
คาเฟอีนส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด สุขภาพ และลดการอักเสบที่ทำให้เกิดรอยคล้ำและใต้ตา
ขณะที่ส่วนผสม ประกอบด้วย ผงกาแฟอินทรีย์ 2 ช้อนโต๊ะ และ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 2 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำ
-ในการทำเตรียมชาม จากนั้นเพิ่มผงกาแฟใน 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันมะพร้าว (อัตราส่วนเท่ากันหรือสัดส่วนเท่ากัน)
ให้ผสมให้เข้ากันเพื่อให้แน่ใจว่าผงกาแฟและน้ำมันมะพร้าวเป็นเนื้อเดียวกันได้ดี
-ความสะอาดใบหน้าของคุณได้ดี และใช้ส่วนผสมที่คุณได้เตรียมไว้ทาใต้ดวงตาของคุณไว้เป็นเวลา 15 นาที
โดยให้นวดบริเวณใต้ตาของคุณด้วย เพื่อเสริมการไหลเวียน จากนั้นให้ล้างออกให้สะอาด

กาแฟมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่สามารถช่วยลดรอยแดงและกระชับผิวได้
คาเฟอีนส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดสุขภาพและลดการอักเสบที่ทำให้เกิดรอยคล้ำและใต้ตา…

ก่อนตรวจสุขภาพประจำปี ควรต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

ก่อนตรวจสุขภาพประจำปี ควรต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

การตรวจสุขภาพในทุกๆ ปี เป็นสิ่งที่จำเป็น

เพราะเมื่อร่างกายเราเริ่มมีสัญญาณอะไรที่ผิดปกติ จะได้ปรับปรุงแก้ไขได้ทันเวลา
แต่การจะไปตรวจนั้นมันก็มีการเตรียมตัวกันด้วย

ก่อนอื่นเรามาศึกษาให้ลึกกันอีกนิดว่าการตรวจสุขภาพนั้นทำกันไปเพื่ออะไร
มันไม่จำเป็นว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงหรือว่ามีอาการป่วยอะไรบางอย่าง
เพราะบางครั้งโรคภัยไข้เจ็บที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกาย มันก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ
ออกมา กว่าจะรู้ก็สายเกินไป ทางที่ดีคือควรตรวจให้พบเจอตั้งแต่เนิ่นๆ
จะได้ไม่สายเกินแก้

ที่จริงแล้วการตรวจสุขภาพประจำปีไม่ได้จำเป็นว่าต้องทำทุกปีก็ได้
ให้พิจารณาเอาตามความจำเป็นของแต่ละคน แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น
การตรวจเป็นประจำทุกปีก็จะเป็นเรื่องที่ดี

การเตรียมพร้อมก่อนตรวจร่างกายนั้น
ผู้ที่เข้าตรวจจะต้องนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ในคืนก่อนตรวจควรจะนอนให้ได้ราวๆ 6-8 ชั่วโมง เพราะถ้าหากว่าอดนอนแล้ว
ผลการตรวจสุขภาพมีโอกาสที่จะออกมาเพี้ยนได้
เพราะว่าความดันและอัตราการเต้นของหัวใจของเราจะผิดไปจากปกติ
ซึ่งเป็นผลมาจากการนอนน้อยนั่นเอง

เรื่องของอาหารการกิน เราสามารถรับประทานกันได้ตามปกติ แต่จะต้องงดอหาร
รวมไปถึงเครื่องดื่ม ราวๆ 8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ
ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นต้องงดอย่างเด็ดขาด 1 วันก่อนตรวจ
เนื่องจากจะส่งผลต่อการตรวจสุขภาพ

ทางที่ดีควรเลือกไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพในช่วงเช้า
เพราะการอดอาหารนานๆ นั้นไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแน่ ถ้ายิ่งตรวจเร็วก็ยิ่งดี
เพราะจะได้รับประทานอาหารตามปกติ ร่างกายจะได้ไม่อิดโรย

กรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจมีโรคประจำตัว หรือว่ามีประวัติด้านสุขภาพอื่นๆ ที่สำคัญ
ควรแจ้งหรือนำรายงานแพทย์ติดไปด้วย เพื่อใช้สำหรับประกอบการวินิจฉัย
ขณะที่ผู้หญิงที่กำลังสงสัยว่าตั้งครรภ์อยู่ ต้องแจ้งให้ทราบก่อน
เพื่อที่จะได้งดการตรวจด้วยการเอ็กซ์เรย์

ส่วนผู้หญิงที่ต้องการตรวจภายใน
ให้เลือกวันตรวจสุขภาพก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน
ขณะที่ถ้าหากต้องการตรวจสุขภาพในช่วงที่มีประจำเดือน
ควรงดการตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดที่ปนเปื้อนออกมาจะส่งผลต่อการตรวจ
ส่วนการตรวจเอ็กซ์เรย์เต้านมก็เช่นกัน ควรเลี่ยงช่วงมีประจำเดือน
เพราะเต้านมจะคัดตึง และอาจตรวจไม่สะดวกนัก

ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งต่างๆ ที่ควรเตรียมตัว ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อตัวเราเอง
ยอมสละเวลามาทำสิ่งนี้กันแค่ปีละครั้งมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลย
สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนโชคดีไร้โรคภัยไข้เจ็บๆ มารบกวน…

5 วิธีดูแลสุขภาพ

5 วิธีดูแลสุขภาพ

ถ้าอยากมีร่างกายฟิตแบบสุดๆ ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ บทความวิกิฮาวนี้มีหลายคำแนะนำดีๆ สำหรับคุณ
ลองทำดูแล้วรับรองลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งและโรคอื่นๆ หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม
แถมอายุยืนยาวมีความสุขสุขภาพแข็งแรง สุขภาพนี่แหละเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของชีวิตคนเรา รู้แล้วจะรออะไร?
รีบลุกไปเปลี่ยนตัวเอง แล้วจะสุขภาพดีในเร็ววัน ไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ อ้วน ผอม สูง ต่ำ ดำ ขาว
สุขภาพปัจจุบันจะดีหรือแย่ก็ตาม
นอนหลับให้เพียงพอ. จะแข็งแรงสุขภาพดีได้ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือก็คือ 7 – 9
ชั่วโมงต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ 8 – 10 ชั่วโมงต่อวันสำหรับวัยรุ่น และ 9 – 11 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็ก
ถ้านอนหลับเพียงพอ ระหว่างวันจะสดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน
ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและเครื่องดื่มชูกำลังอุดมน้ำตาล
ตอนนอนหลับนี่แหละที่ร่างกายและจิตใจได้ซ่อมแซม ขับพิษ และฟื้นฟูตัวเอง ถ้าเป็นเด็กที่ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า
ก็ต้องรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ
แต่อย่าถึงกับนอนทั้งวัน เพราะถ้านอนเยอะเกินไปก็อันตรายพอๆ กับนอนไม่พอ ยกเว้นว่าถ้าอดนอนมา 1 วันเต็มๆ
จะนอนชดเชยยาวๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ถ้าตามปกติควรนอนไม่เกินจำนวนชั่วโมงที่แนะนำในแต่ละช่วงวัย
กินอาหารดีมีประโยชน์ โดยกินให้ครบหมู่ ร่างกายจะได้สารอาหารที่จำเป็น. อาหารดีมีประโยชน์
ก็คือต้องมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผักผลไม้ และไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าเป็นคาร์โบไฮเดรต
ให้เลือกโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ด ส่วนแหล่งโปรตีนที่ดีคือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ปลา ไข่ และถั่ว
นอกจากนี้พยายามกินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 5 – 9 servings (หน่วยบริโภค) ต่อวัน
ไขมันในปริมาณที่เหมาะสมก็จำเป็น เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ครบสมบูรณ์ ไขมันดีที่แนะนำก็เช่น น้ำมันปลา
น้ำมันมะกอก และน้ำมันมะพร้าว
ดื่มน้ำเยอะๆ. น้ำก็เปรียบเหมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้ร่างกายคุณกระฉับกระเฉงตลอดวัน พยายามดื่มน้ำให้ได้ 8 แก้ว
(แก้วละ 8 ออนซ์) ต่อวัน จะช่วยเติมพลังและความสดชื่น ถ้าดื่มน้ำไม่พอระวังสิวบุก ปวดหัว และเกิดภาวะขาดน้ำ
แค่ทำตามนี้ให้ได้ คุณก็จะสุขภาพแข็งแรงแล้ว
ไปหาหมอตา (ophthalmologist หรือก็คือจักษุแพทย์นั่นเอง). ถ้าตาสั้น ตายาว หรือตาเอียง ก็ต้องใส่แว่น ถ้าไม่ชอบ
ก็ให้เปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์แทน หรืออีกทีคือผ่าตัดปรับสายตา ถ้าใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียม
ก็ต้องใช้ให้ถูกชนิดและถูกวิธี ปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด เวลาออกแดดอย่าลืมใส่แว่นกันแดดด้วย
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ. ฉีดวัคซีนต่างๆ ให้ครบตามกำหนดหรือตามสภาพร่างกาย กินยาตามหมอสั่ง ทดสอบภูมิแพ้
ตรวจเลือดเช็คระดับคอเลสเตอรอล สรุปคือให้ตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำ
ถ้ามีอาการหรือโรคอะไรก็ให้รักษาไปตามนั้น…