ข้าวและแป้ง กินให้ระวังหากแนะนำคนไม่อยากอ้วน

ข้าวและแป้ง กินให้ระวังหากแนะนำคนไม่อยากอ้วน

การกินข้าวหรือแป้งมากเกินไปจะทำให้ได้รับพลังงานมากเกินและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย
ทำให้มีปัญหาน้ำหนักตัวมากขึ้นและอ้วนได้ คำถามคือ ถ้าไม่อยากเสี่ยงหุ่นพัง
จะกินข้าว-แป้งอย่างไร? หรือควรงดดี?
หยุดความคิดที่จะงดกินข้าว-แป้งไปซะ
การกลัวอ้วนจนไม่กินอาหารประเภทข้าวแป้งเลยใน 1 วัน เป็นสิ่งที่ไม่ดี
เพราะร่างกายเราต้องการน้ำตาลกลูโคสที่ได้จากการย่อยข้าว-แป้งที่กินเข้าไป
เพื่อให้การทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะสมอง เป็นไปตามปกติ
การกินข้าว-แป้งไม่ให้อ้วน จำเป็นต้องกินแค่ให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย
การกินข้าว-แป้งให้พอดีสำหรับแต่ละคนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเพศ อายุ น้ำหนักตัว
กิจกรรม และการออกกำลังกายที่ทำในแต่ละวัน
โดยทั่วไปผู้หญิงที่ทำงานในสำนักงาน รวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุไม่ควรกินเกิน 7–8ทัพพีต่อวัน
สำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน 10-12 ทัพพีต่อวันแต่ถ้ามีการทำงานหนักมาก รวมทั้งเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมาก
อาจกินข้าวแป้งเพิ่มขึ้นกว่านี้ได้
ควรเลือกกินข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยจำพวกข้าวกล้อง
เพราะจะทำให้ได้ใยอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกอิ่มช่วยควบคุมน้ำหนักและยังช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นด้วย
อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ มีสารอาหารหลักคือ โปรตีนซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายคือ
1.นำไปสร้างส่วนประกอบของร่างกาย ได้แก่ เนื้อเยื่อของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ
กระดูก และเส้นผม ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดสึกหรอ

2.นำไปสร้างสารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการทำงานของร่างกาย ได้แก่ เม็ดเลือด
ฮอร์โมน เอนไซม์ และสารต้านโรค

3.ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
แต่การนำโปรตีนไปใช้เป็นพลังงานในร่างกายจะเหลือส่วนที่มีไนโตรเจนซึ่งใช้เป็นพลังงานไม่ได้
ถ้ามีมากเกินไปจะถูกส่งไปให้ตับเปลี่ยนแปลงรูปแบบแล้วส่งให้ไตขับออกจากร่าง
กาย ทำให้ตับและไตทำงานมากขึ้นจึงควรนำโปรตีนไปทำประโยชน์ตามข้อ 1 และ2 ดีกว่า

อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง อาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งของ
คาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกายคาร์โบไฮเดรต 1กรัม
ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี เมื่อรับประทานข้าว-แป้งเข้าไปจะเกิดการย่อยในลำไส้เล็ก
คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลงจนอยู่ในรูปน้ำตาลกลูโคส
ซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่หลอดเลือดไปยังตับแล้วส่งเข้ากระแสเลือด
ให้เซลล์ของส่วนต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และอวัยวะอื่น ๆ
นำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อใช้ในการทำงานต่อไป
มีเซลล์ของร่างกายบางส่วนโดยเฉพาะสมอง
ไม่สามารถใช้สารอาหารอื่นมาเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ ต้องใช้แต่กลูโคสเท่านั้น
จึงควรได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอทุกวัน
กลุ่มอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตมากที่สุดคือ ข้าว-แป้ง รองลงมาคือ กลุ่มผลไม้
ส่วนอาหารกลุ่มผักโดยทั่วไปถือว่ามีคาร์โบไฮเดรตน้อย
สำหรับน้ำตาลจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตโดยตรง
ถ้ารับประทานมากกลับเป็นโทษต่อร่างกาย จึงควรรับประทานวันละไม่เกิน 6ช้อนชา…

สุขภาพ อาการบาดเจ็บสุดแปลกที่นักเตะเคยเจอ

สุขภาพ อาการบาดเจ็บสุดแปลกที่นักเตะเคยเจอ

ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน เดินอยู่ดีๆ อาจจะสะดุดหินล้มหน้าฟาดพื้นเลือดอาบ
ไม่ต่างกันนักฟุตบอลบางครั้งอาจจะเจอเรื่องไม่คาดฝันจนทำให้ต้องนอนรักษาตัวในโรงหมอก็ได้
การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐอยู่แล้วอปกติอาการบาดเจ็บของนักเตะที่เราเคยเห็นส่วนใหญ่มาจากการแข่งขัน
หรืออย่างโชคร้ายก็มาจากการฝึกซ้อมที่ทำให้
นักเตะบาดเจ็บและอดลงสนามแต่ว่าจะว่าไปมันก็มีนักเตะอีกไม่น้อยที่บาดเจ็บด้วยอาการแปลกๆ
แบบไม่น่าเชื่อว่าแล้วมาดูกันหากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เคยมีเคสเหตุการณ์เจ็บตัวจากการฉลองมาแล้ว โดยเป็น & เปาโล
ดิโอโก้ & ที่แม้ไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่ก็ทำให้พ่อค้าแข้งรายนี้ถึงกับสูญเสียอวัยวะไปเลย หลังกองกลางชาวบราซิลของทีม
ชอฟฟ์เฮาเซน ในลีกสวิตเซอร์แลนด์ แอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้ ก่อนแสดงอาการสะใจ จนไปฉลองกับกองเชียร์
ด้วยการปีนรั้วที่กั้นของแฟนบอล แต่เจ้าตัวดันสวมแหวนแต่งงานเอาไว้ที่นิ้ว ทำให้ตอนที่กระโดดลงมายังสนาม
นิ้วที่สวมแหวนดันไม่ตามลงมาด้วย ซึ่งนิ้วนางของดิโอโก้ติดอยู่ตรงกรงด้วย
จนเป็นภาพสยองเมื่อเจ้าตัวชูแขนที่มีนิ้วนางไร้เนื้อ มีเพียงกระดูกสุดสยอง และข่าวร้ายก็คือ หมอไม่สามารถต่อนิ้วให้ได้
หรือตำนานนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่าง ริโอ เฟอร์ดินาน ก็เคยเจออาการบาดเจ็บแบบไม่น่าเจ็บเพราะว่า
เคยเจ็บเอ็นหัวเข่าเนื่องาก นั่งเล่นเกมวินนิ่ง นานเกินไป แม้แต่ ไบรอัน ร็อบสัน อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษ และ
อดีตกุนซือทีมชาติไทย ยังเคยปล่อยให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำตัวเองเจ็บจนพลาดไปเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เมื่อปี 1990
หลังพยายามปลุก แก๊สคอย ด้วยการยกเตียงเพื่อเท แก๊สคอย ให้ตกจากที่นอน แต่กลายเป็นว่า
จังหวะที่จะเอาเตียงกลับมามันพลาด หล่นทับนิ้วแม่เท้าแตก อดัม แชปแมน เองก็เคยมีอดีตฝังใจ กับ นม
เพราะสมัยที่ยังเป็นนักเตะของอ็อกซ์ฟอร์ด ควบคู่กับการเป็นคุณพ่อมือใหม่ เค้าพยายามจะพัดไฟจากเตาถ่าน อุ่นนมให้ลูก
แต่กลายเป็นว่าพัดแรงไปหน่อย ถูกไฟไหม้หน้าอก จนต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาล และยังถือว่าโชคดี
ที่ไม่ใช่ส่วนสำคัญของการเล่นฟุตบอลเท่าไหร่ เลยกลับมาเตะได้ในวันต่อมา
นี่คืออาการบาดเจ็บแปลกๆของนักเตะที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยจริงๆ…

กระเทียม ผักฉุนคุณประโยชน์เหลือล้น

กระเทียม ผักฉุนคุณประโยชน์เหลือล้น

กระเทียมแทบทุกครัวเรือนรู้วิธีการเจียวกระเทียมในน้ำมันให้หอมก่อน
แล้วจึงใส่เนื้อสัตว์หรือผัก
เป็นวิธีดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทผัดชนิดต่างๆ ได้อย่างดี
ทั้งยังใช้กระเทียมเจียวโรยหน้าอาหารอีกหลายอย่าง
หรือใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในเครื่องแกงชนิดต่างๆ
โดยเฉพาะเป็นตัวช่วยแต่งกลิ่นและรสร่วมกับมะนาวในน้ำพริกกะปิ
แม้แต่พริกน้ำปลาหรือน้ำจิ้มรสแซบก็จะลืมกระเทียมไปไม่ได้
นอกจากนี้ใบและหัวกระเทียมสดๆ ยังเป็นผัก
รวมถึงกระเทียมดองของอร่อย
กระเทียมยังเป็นสมุนไพรแก้ไขบรรเทาปัญหาสุขภาพของชาวบ้าน
มาโดยตลอด หมอพื้นบ้านไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง
กลาก เกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ และกระจายโลหิต
กระทั่งเป็นที่สรุปได้ว่า
กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่น 2 ประการ คือ
ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง และรับประทานแก้โรคความดันโลหิตสูง
และการศึกษาทดลองคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาในระยะหลังพบว่า กระเทียม
มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายอย่าง
แต่การนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ผลอย่างจริงจังยังจะต้องมีการศึกษาผลทางคลินิกวิทยาให้ถ่องแท้เสียก่อน
ทว่าดดยรวมสามารถรับประทานเป็นอาหารและสมุนไพรได้สรรพคุณต่างๆ ของกระเทียม มีดังนี้ ฆ่าเชื้อรา คือ กลาก
เกลื้อน และเชื้อราที่เกิดตามเล็บ หนังศีรษะและผม
ฆ่าเชื้อยีสต์ชนิดที่ทำให้เกิดลิ้นขาวเป็นฝ้าในเด็กทารกและทำให้เกิดโรคมุตกิดระดูขาวที่มักจะเกิดในหญิงที่ตั้งครรภ์
หรือกินยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะ
ลดความดันโลหิตสูง ลดไขมัน และคอเลสเตอรอล
ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว ลดน้ำตาลในเลือด
ฆ่าหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแทบทุกชนิด กล่าวคือ มีสารอัลลิซิน
ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด
โดยเฉพาะยับยั้งเชื้อพวกที่ดื้อยาเพนนิซิลินได้ดีกว่าเชื้อพวกที่ไม่ดื้อยาอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังฆ่าเชื้อบิดมีตัวที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดีโดยมีสารที่สำคัญคือกาลิซิน รวมทั้งสามารถยับยั้งเชื้อบิดเทียม
ซึ่งไม่รบกวนแบคทีเรียตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อลำไส้
นอกจากนี้ยังยับยั้งเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง
และใช้รักษาแผลสด แผลที่เป็นหนอง คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ
ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เชื้อวัณโรค และเชื้อปอดบวม
รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
อีกทั้งยังเป็นยาขับเสมหะและมีฤทธิ์ขับเหงื่อและขับปัสสาวะ
รักษาโรคไอกรน แก้หืดและโรคหลอดลม
แก้ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย ควบคุมโรคกระเพาะ คือมีสารเอเอส 1
ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ
และยังช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้ด้วย
กระเทียม ยังสามารถขับพยาธิต่างๆ ได้หลายชนิด ได้แก่
พยาธิเข็มหมุด พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย
และมีรายงานทดสอบจากอินเดียว่า
กระเทียมมีสารไดอัลลิลไดซัลไฟด์ มีฤทธิ์ใช้ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ดี
ไม่นับรวมผลแก้เคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง
เพราะมีสารอัลลิซินเป็นตัวช่วยทำให้เลือดไหลเวียนมายังบริเวณที่ทาถูนวดยาได้ดีมากขึ้น แก้ปวดข้อและปวดเมื่อย
ต่อต้านเนื้องอก กำจัดพิษตะกั่ว และ บำรุงร่างกาย…

5 ประโยชน์จาก “กระเทียม” ที่คุณต้องห้ามพลาด

5 ประโยชน์จาก “กระเทียม” ที่คุณต้องห้ามพลาด

กระเทียม ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารเกือบทุกชนิด

ทั้งอาหารไทยและอาหารต่างชาติ แต่กลับมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง
ไม่ชวนน่าทานซักเท่าไร บางคนไม่ชอบหนักจนเลือกที่จะเขี่ยไปไว้ที่ขอบจานด้วยซ้ำ
แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากระเทียมยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายซ่อนอยู่ รับรองว่าถ้าคุณรู้
ครั้งต่อไปคุณจะไม่เขี่ยกระเทียมไว้ข้างจานอย่างแน่นอน
1. บำรุงเส้นผม
เมื่อเราทานกระเทียมเข้าไป มันจะทำหน้าที่ผลิตน้ำมันบนหนังศีรษะของเรา
ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผมเสียต่าง ๆ
โดยสารอัลลิซินจะบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยและช่วยลดปัญหาผมขาดร่วง
2. กำจัดสิว
โดยวิธีการรักษาก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำกระเทียมมาถูเบา ๆ ตรงบริเวณที่เป็นสิว
สารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นอยู่ในกระเทียม ก็จะทำหน้าที่ต่อต้านแบคทีเรีย
ทำให้หน้าของเราสวยใสไร้สิว

3. เพิ่มภูมิคุ้มกัน
กระเทียม มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้น และเมื่อภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้น
ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย
นี้จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเราจึงต้องทานกระเทียมอยู่เป็นประจำ
4. ควบคุมน้ำหนัก
สำหรับใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือกำลังลดน้ำหนักอยู่
แนะนำให้หาอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ และมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบมาทาน
รับรองว่าไขมันที่เราสะสมไว้มานานจะหายไปอย่างแน่นอน
5. แผลหายได้ด้วยกระเทียม
เพียงแค่คุณนำกระเทียมมาวางบนสะเก็ดแผล แล้วปิดทับด้วยผ้าพันแผล
รับรองได้เลยว่าสะเก็ดแผลของคุณแทบจะไม่ทิ้งรอยดำให้ปรากฏอยู่บนผิวสวย ๆ
ของคุณแน่…

รู้จักรักษา “ตับ” ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

รู้จักรักษา “ตับ” ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

“เดี๋ยวพี่พาไปกินตับ ตับๆๆ” เพลงที่คุ้นหูของหลายคน ถ้าตับที่เป็นอาหารหลายคนคงชอบ
แต่ว่าหลายคนก็คงทราบดีกว่านอกจากหมูแล้ว คนเราก็มีตับเหมือนกัน แถมยังเป็นอวัยวะสำคัญสุดๆ
บอกไปใครจะเชื่อว่าตับสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่บางครั้งถ้าเราทำพฤติกรรมทำร้ายร่างกายตัวเองเยอะเกินไป
ตับก็รับไม่ไหว และกลายเป็นโรคอาทิ มะเร็งตับ ที่คร่าชีวิตคนมานักต่อนักหรือว่า โรคตับแข็งที่บรรดาคอสุรารู้ดี
แต่ก็เหมือนจะไม่กลัว อวัยวะคนไม่ใช่อะไหล่รถยนต์ที่เสียแล้วจะเปลี่ยนได้
เรามารู้จักความสำคัญของตับและการรักษามันดีกว่า
ตับ เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายรองจากผิวหนัง มีหน้าที่มากมาย อาทิ สร้างน้ำดีช่วยย่อย-ดูดซึมอาหาร
เก็บสำรองอาหาร กำจัดสารพิษ หากตับกำจัดสารพิษไม่ได้ สารพิษจะสะสมและทำลายเซลล์ตับไปเรื่อยๆ
ตับยังช่วยป้องกันการแข็งตัวของเม็ดเลือด เป็นแหล่งสร้างพลังงานความร้อนให้กับร่างกาย ที่น่าเป็นห่วงก็คือ “ตับ”
เป็นอวัยวะที่แข็งแรงมาก เราอาจไม่รู้ตัวเลยว่าเราเริ่มเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เพราะแม้ตับจะทำงานได้เพียง 10-15%
ตับก็ยังปฏิบัติได้เต็มความสามารถ นี่เป็นสาเหตุใหญ่ที่คนส่วนมากกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคเกี่ยวกับตับ
จึงรักษาไม่ทันกันมามากมายแล้ว
ตับของคนเราเป็นอวัยวะที่ให้ที่สุด และมีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอันมาก ตับจะอยู่ตรงชายโครงขวาใต้กระดูกซี่โครง
หนักประมาณกิโลกรัม มีสีออกแดงแบ่งออกเป็นสองกลีบ คือกลีบขวา และกลีบซ้าย โดยปกติมักจะคลำตับไม่ได้
แต่หากตับโตลงล่าง หรือโตออกด้านข้างหรือบนก็ได้ มักจะมีอาการจุกตื้อๆ
หน้าที่ของตับมีมากมาย คือ ตับเป็นอวัยวะที่สร้างสารต่างๆที่สำคัญ เช่นไข่ขาวหนือ albumin
ช่วยอุ้มน้ำให้อยู่ในหลอดเลือด หากไข่ขาวในเลือดต่ำจะทำให้เกิดอาการบวมเท้า ท้องมาน ตับเป็นอวัยวะที่ผลิตน้ำดี
และเกลือน้ำดีเพื่อช่วยย่อยสลายไขมัน โดยน้ำดีจะถูกขับออกทางเดินอาหารทำให้อุจจาระสีเหลือง
หากทางเดินน้ำดีอุดตันอุจจาระจะมีสีขาว
ส่วนการดูแลรักษาตับ คือไม่ดื่มสุรา เบียร์ หรือของมึนเมา หรือว่าไม่ควรกินยาพร่ำเพรื่อ เพราะสารเคมีจะทำลายตับได้
และระวังอย่าสูดดมพวกละอองสเปรย์ต่างๆ ที่สำคัญคือ ไม่สำส่อนทางเพศ และไม่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
ส่วนการกินก็ไม่รับประทานอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ ให้รับประทานอาหารที่สะอาดและน้ำต้มสุก มีภาชนะปิดอย่างมิดชิดอย่าลิม
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ…

ข้อดีและข้อเสียของการทำเลเซอร์

ข้อดีและข้อเสียของการทำเลเซอร์

เลเซอร์ คือกระบวนการรักษาผิวหนังอย่างหนึ่ง ซึ่งช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นด้วยเลเซอร์
โดยยิงแสงเลเซอร์ไปตรงบริเวณที่เกิดความผิดปกติ และลอกชั้นผิวหนังออกทีละชั้น
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการกรอผิวด้วยแสงเลเซอร์ โดยปัจจุบันนิยมเลเวอร์แบบ IPL
เป็นการเลเซอร์ที่พลังงานแสงความเข้มสูง คล้ายแสงแฟลช ใช้ในการกระตุ้น การสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน
ใต้ผิวหนัง และรักษารอย ที่เกิดจากแสงแดด ทำร้ายและทำลายเซลล์ผิวหนัง
การเลเซอร์ทำเพื่อความสวยงาม
-Trios ใช้รักษากระตื้น และรอยดำ โดยการทำลายเม็ดสี ที่เข้มผิดปกติ ให้หลุดลอกออก
-ริ้วรอยเล็กๆ และริ้วรอยรอบปาก Trios จะกระตุ้นให้ผิวชั้นกลาง สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ริ้วรอยเล็กๆ
ก็จะลดลง
-รอยแดง เส้นเลือดแดงฝอยเล็กๆ และฝ้าเส้นเลือด Trios จะทำลายเส้นเลือดฝอยเล็ก และทำให้เส้นเลือดหดเล็กลง
-รูขุมขนที่กว้าง จะกระชับเล็กลง
-ปรับสภาพสีผิว ให้สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำ ผิวขาวใสขึ้น
การทำเลเซอร์จะรักษาปัญหาผิวพรรณ
-เนื้องอกหลอดเลือด ผู้ ที่มีปานแดง เส้นเลือดฝอยบนใบหน้าหรือบริเวณคอขยายตัวผิดปกติ
เกิดเนื้องอกฮีแมงจิโอมา หรือป่วยเป็นมะเร็งคาโปซี
-เม็ดสีผิดปกติหรือรอยสัก เลเซอร์ผิวหนังใช้รักษาผู้ที่เม็ดสีผิวผิดปกติ เช่น รอยปาน ฝ้า หรือปานดำแต่กำเนิด
รวมทั้งใช้ลบรอยสักบนผิวหนัง
-การกำจัดขน เลเซอร์ใช้กำจัดขนได้ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดภาวะขนดกขึ้นตามร่างกาย
-คีลอยด์และรอยแผลเป็นที่นูนหนา ผู้ที่มีรอยแผลเป็นนูนและหนา หรือผู้ที่เกิดแผลคีลอยด์นั้น
อาจหาวิธีกำจัดรอยแผลได้ยาก การทำเลเซอร์ผิวหนังจะช่วยตกแต่งแผลเป็นให้ดีขึ้นได้
-การฟื้นฟูปรับสภาพผิว การทำเลเซอร์ปรับสภาพผิวจะครอบคลุมปัญหารอยเหี่ยวย่น รอยแผลเป็น
และผิวไหม้จากแสงแดด
ข้อเสียของการทำเลเซอร์
1. ผิวหน้าไวต่อแดด แพ้ง่าย เป็นแผลง่าย เนื่องจากเลเซอร์ทำให้เกิดความร้อนที่ผิวชั้นบน
ผิวหนังจึงอักเสบง่ายและเกิดรอยแผล
2. ผิวหน้าระคายเคืองต่อเครื่องสำอางง่าย ผิวอ่อนแอ สครับผิวหรือนวดหน้าไม่ได้
3. ผิวหน้าแห้ง เป็นขุยง่าย ความร้อนจากการทำเลเซอร์ จะทำให้มีอาการผิวแห้ง ลอกเป็นขุยหลังทำ
4. ผิวหน้าเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่ายขึ้น หากดูแลไม่ถูกวิธี ไม่หลบแดด ทายาไม่ครบ
จะทำให้เกิดจุดด่างดำได้ง่ายขึ้น
5. ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากแพทย์เท่านั้น ไม่ สามารถใช้เครื่องสำอางปกติที่เรามีได้ ผลิตภัณฑ์จากแพทย์มีราคาสูง
ถ้าหมดก็ต้องกลับไปซื้อมาเพิ่ม ไม่สามารถใช้ครีมทั่วไปตามท้องตลาดได้อีก
6. ค่าใช้จ่ายสูง การทำเลเซอร์แต่ละครั้งมีราคาตั้งแต่หลักพันขึ้นไป
7. หยุดทำหน้าคล้ำเหมือนเดิม เลเซอร์ไม่ได้ให้ผลถาวรตลอดไป เมื่อหยุดทำผิวก็จะกลับมาเกิดปัญหาเช่นเดิม
8. รู้สึกเจ็บขณะทำ ความ ร้อนที่ถูกส่งผ่านลงไปยังผิิว ทำให้รู้สึกเจ็บ ถึงแม้เลเซอร์บางชนิดจะมีการเป่าลมเย็น
แต่ก็ยังคงรู้สึกเจ็บอยู่ดี…

ผักกระถิน ยาอายุวัฒนะแห่งแดนสยาม

ผักกระถิน ยาอายุวัฒนะแห่งแดนสยาม

ผักกระถิน ยาอายุวัฒนะแห่งแดนสยาม
กระถิน เป็นพืชตระกูลถั่ว มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางเริ่มเข้ามายังประเทศไทย ช่วงปี พ.ศ. 2519
จัดเป็นไม้ที่โตได้อย่างรวดเร็ว
และสามารถปลูกได้ในทุกรูปแบบแถมทนต่อโรคและแมลงระบาด รวมทั้งสภาพอากาศที่แย่
เรียกว่าเติบโตได้ทุกพื้นที่เลยทีเดียวนอกจากนี้ กระถิน py’จัดเป็นได้ทั้งพืชผัก สมุนไพร
และไม้เศรษฐกิจ เนื่องจากสามารถนำส่วนของยอด ดอกและฝักมารับประทานเป็นอาหาร
หรือใช้ในด้านสมุนไพรหรือใช้เป็นส่วนผสมอาหารสัตว์รวมถึงเนื้อไม้ที่สามารถนำมาทำไม้ค้ำยัน
ไม้ใช้สอยและใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยกระถินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ กระถินยักษ์จะมีขนาดลำต้นที่สูงใหญ่
เติบโตได้อย่างรวดเร็วเป็นสายพันธุ์ของซัลวาดอร์และเปรู ขณะที่ กระถินพื้นเมืองจะเป็นพันธุ์ฮาวาย
มีขนาดลำต้นที่เล็กและเป็นกระถินที่ประเทศไทย นิยมปลูกกันมากอย่างไรก็ตาม เห็น กระถิน
ขึ้นเรียงรายเต็มป่าอย่าได้มองข้ามเลยเชียวเพราะพืชผักชนิดนี้จัดเป็นยาสมุนไพรชั้นยอด
โดยเฉพาะ เมล็ดที่ถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดี
เนื่องจากอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสทำให้เสริมสร้างกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เมล็ดกระถิน ยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับเป็นยารักษาระบบทางเดินอาหาร
โดยจะช่วยในการปรับสมดุลในระบบดังกล่าวช่วยลดการเกิดนิ่วภายในกระเพาะอาหาร
และสามารถบำรุงไตกับตับได้เป็นอย่างดีส่วน ดอกกระถิน สามารถที่จะช่วยในการบำรุงตับ
และช่วยแก้โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตาได้ เช่นเดียวกับ ฝักกระถินที่ช่วยแก้อาการท้องร่วง
ช่วยในการห้ามเลือดฝักอ่อนยังสามารถช่วยแก้อาการกระหายน้ำและช่วยให้เจริญอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งยังบำรุงหัวใจได้อีกด้วยไม่นับรวม ยอดอ่อนกระถิน ที่มีระดับฟอสฟอรัสสูง
เช่นเดียวกับเมล็ด แถมยังบวก วิตามิน เอที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
และช่วยรักษาความดันโลหิตสูงเข้าไปด้วยเช่นเดียวกับความสามารถในการช่วยให้เจริญอาหาร
และช่วยสร้างใยอาหารให้กับร่างกายนั่นจึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยจะนำ กระถิน
มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ใช้เป็นยา ล่าสุดเมล็ดกระถิน มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยป้องกันมะเร็งได้
ขณะที่ ใบกระถิน ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี
หรือจะใช้เพื่อการเกษตร เพราะ กระถินสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยหมักให้กับต้นไม้ได้
ส่วนลำต้นยังสามารถนำมาใช้ทำเป็นด้ามจับให้กับอุปกรณ์ทางการเกษตร หรือบางคนก็อาจนำมาทำเป็นน้ำส้มควันไม้
เพื่อใช้ในการไล่แมลงให้กับต้นไม้หรือในพื้นที่ใดที่ กระถิน ขึ้นจนรกรุงรังไปหมด
คุณก็สามารถนำส่วนของ ยอด ฝัก และใบนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ให้กับ วัว ไก่ และ แพะ ได้
เรียกว่าประโยชน์มีให้เก็บเกี่ยวตั้งแต่รากยันยอดอ่อนเลยทีเดียว…

กินเนื้อแบบไหนถึงมีประโยชน์ที่สุดในการรับประทาน

กินเนื้อแบบไหนถึงมีประโยชน์ที่สุดในการรับประทาน

เราต่างรู้ว่าเนื้อสัตว์เป็นแหล่งของโปรตีน
และรสชาติของเนื้อชั้นดีก็อร่อยเกินห้ามใจ
แต่การกินเนื้อสัตว์ให้ได้ประโยชน์และได้ผลดีต่อสุขภาพ ควรกินให้ถูกวิธี
และกินในปริมาณที่เหมาะสม
เนื้อหมูส่วนที่มีโปรตีนคุณภาพมากที่สุดคือ เนื้อหมูสันใน ซึ่งมีความนุ่ม เนื้อเส้นใยเล็ก ไม่มีไขมันแทรก ส่วนเนื้อสันคอ
จะเป็นเนื้อส่วนที่มีริ้วไขมันแทรก ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและเด้ง เมื่อนำไปประกอบอาหาร เช่น ย่าง จึงได้เนื้อที่นุ่มลิ้น
ฉ่ำน้ำ รสอร่อย ด้านส่วนที่มีไขมันมากที่สุดคือ หมูสามชั้น คอหมู และซี่โครงหมู
การเลือกกินเนื้อหมูที่ดีจึงควรให้ได้สารอาหารสมดุลกับปริมาณที่ร่างกายแต่ละคนต้องการ เพราะนอกจากโปรตีนแล้ว
ในเนื้อหมูยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินบี 1 ช่วยลดอาการเหน็บชา วิตามินเอ บำรุงสายตา ฟอสฟอรัส และไนอาซีน
ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และบำรุงสมอง

เนื้อวัว
แม้เนื้อวัวจะมีปริมาณโปรตีนสูง แต่ก็พ่วงมากับปริมาณไขมันที่สูงเช่นกัน
โดยเฉพาะเนื้อโคขุนทั้งหลาย เพราะฉะนั้นใครที่กำลังลดน้ำหนัก ควรเลือกกิน
เนื้อสันส่วนบน ซึ่งมีโปรตีนสูงแต่มีไขมันแทรกอยู่น้อย โดยในเนื้อวัวมีธาตุเหล็ก
ที่ช่วยบำรุงเลือด และวิตามินบี 12 ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ
และสมองเสื่อม
แม้ว่าเนื้อที่ดีคือเนื้อที่มีไขมันน้อย
แต่ในการปรุงเนื้อสัตว์ก็ควรมีไขมันติดปนอยู่กับชิ้นเนื้อบ้าง
เพราะจะทำให้เนื้อนั้นไม่กระด้างเมื่อถูกความร้อนขณะปรุงอาหาร นอกจากนี้
เนื้อที่มีไขมันติดจะมีกลิ่นและรสชาติที่ดีกว่าเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดไขมันเลย
ทั้งนี้ควรเลือกกินให้สมดุลกับความต้องการของร่างกาย

เนื้อไก่
จัดเป็นเนื้อชนิดแรกๆ ที่คนรักสุขภาพจะนึกถึง
เพราะนอกจากจะเป็นเนื้อที่ให้โปรตีนคุณภาพสูง ยังมีปริมาณไขมันที่น้อยมากๆ
(เมื่อเลาะหนังออกแล้วนะ) โดยเฉพาะ เนื้ออกไก่ ซึ่งมีไขมันเพียงร้อยละ 8.2
ส่วนสะโพก ปีก และส่วนตูดไก่ คือส่วนที่มีไขมันมากที่สุด
นอกจากนี้ไก่ยังมีสารอาหาร เช่น วิตามินบี 3 ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบี 12 ช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือด
รวมทั้งกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย แถมยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อแดง
เนื้อไก่จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬาและคนรักสุขภาพ
ส่วนของน่องสะโพกก็เป็นที่โปรดปรานของหลายคนไม่แพ้กัน
โดยการนำเนื้อไก่มาหมักซอสต่างๆ จะทำให้เนื้อไก่มีรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้น…

4 เคล็ดลับช่วยให้ 'ฟันขาว'ไม่ต้องกลัวสารเคมี

4 เคล็ดลับช่วยให้ 'ฟันขาว'ไม่ต้องกลัวสารเคมี

 

สาวๆคนไหนที่อยากมีฟันขาวด้วยจากสูตรธรรมชาติ ประหยัดสตางค์
มาทางนี้จ้า
เพราะวันนี้เราเคล็ดลับดีๆที่ช่วยให้ฟันของคุณขาวยิ่งกว่าเดิม
ให้คุณเปิดเผยร้อยยิ้มได้อย่างเต็มที่
พร้อมกันแล้วเรามาดูวิธีทำให้ฟันขาวด้วยของจากธรรมชาติกันเลยดีกว่

มะนาว – เป็นกรดที่ทำหน้าที่เหมือนสารฟอกขาว
พียงคั้นน้ำมะนาวออกมาผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เท่ากัน
แล้วนำไปถูฟันประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ก็จะช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นได้
เปลือกกล้วย – ใช้ด้านในของเปลือกกล้วยมาขัดๆถูๆบริเวณฟัน
ประมาณ 3 นาที เพราะในเปลือกกล้วยนั้นมีสารที่ช่วยให้ฟันขาว
หลายชนิด เช่น โพแทสเซียมและแคลเซียม
และยังช่วยดูดซับคราบสกปรก

เปลือกส้ม – นำเปลือกส้มไปตากแดดให้แห้งสนิท
แล้วนำมาบดหรือตำให้ละเอียด
แล้วนำไปแปรงเป็นเหมือนยาสีฟันแบบธรรมชาติ บ้วนปากให้สะอาด
ใช้เป็นประเท่านี้ฟันของคุฯกก็ขะขาวสะอาดเลยทีเดียว
แอปเปิ้ล – แค่เรากินแอปเปิ้ลก้ช่วยให้ฟันของเราขาวปิ๊งได้
เพราะในแอปเปิ้ลนั้นมีกรดอ่อนๆและกากใยในแอปเปิลจะทำหน้าที่ขัดถู
กคราบเหลืองบนผิวฟันของเรา
ที่มีคุณสมบัติที่ช่วยทำความสะอาดผิวของฟัน เช่น คราบกาแฟ
หรือเศษอาหารที่เรารับประทานเข้าไป
แครอท – อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยป้องกันโรคเหงือกอักเสบ
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื่อแบททีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
และยังช่วยปรับสมดุลของกรด-ด่างผ่านในช่องปากอีกด้วย…

สุขภาพ.ความงาม.ทำอย่างไรให้ใบหน้าของเราดู

สุขภาพ.ความงาม.ทำอย่างไรให้ใบหน้าของเราดู

สวยใสในทุกๆวันใบหน้าของเรานั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องการใบหน้าที่ดูดีมีความใสทั้งวัน
เเละหากต้องการมีใบหน้าที่ดูดีเเล้วต้องมีการดูเเลรักษาที่ดีด้วย
เเละมาดูกันว่าการดูเเลรักษาใบหน้าของเราให้สว่างสวยใสควรทำอย่างไรบ้าง
อย่างเเรกคือการล้างหน้าให้หมดจดเเละสะอาดที่สุด
เป็นวิธีการง่ายๆในการดูเเลรักษาใบหน้าของเราให้ขาวสะอาดเพียงการล้างหน้าก็จะช่วยให้หน้าเรา
ใสได้เเล้วเเละควรทำบ่อยๆเพราะในเเต่ละวันเราต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
อาจจะมีฝุ่นละอองติดมาที่ใบหน้าของเราเเละขั้นตอนเเรกที่จะทำ
ความสะอาดคือการล้างหน้าจะช่วยให้สิ่งสกปรกออกจากใบหน้าเราไป
วิธีการต่อมาคือการเลือกครีมล้างหน้าที่เหมาะกับผิวของเรา
ทุกคนต้องมีครีมล้างหน้าที่เหมาะกับใบหน้าของเรา
เพื่อที่จะทำความสะอาดหน้าเราเเละมีช่วยให้รักษาใบหน้าที่เราหวงเเหนด้วย
เดียวนี้มีครีมล้างหน้ามากมายเเละเราก็ควรเลือกครีมที่เหมาะกับใบหน้าของเรามากที่สุดเพื่อมาใช้คู่
กับการล้างหน้าของเราจะช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นสะอาดมากยิ่งขึ้น
เมื่อเรามีครีมล้างหน้าเเล้วสิ่งที่จะสามารถบำรุงใบหน้าของเราได้ก็คือครีมบำรุงผิวหน้าของเราซึ่งเราก็ต้องมีเหมือนกัน
เพื่อเป็นการรักษาความงามของเราให้อยู่กับหน้าเราตลอดเวลา ทุกคนต้องมีครีมบำรุงหน้า
ไม่ว่าจะทำมาจากสมุนไพรหรือครีมที่สกัดมาจากสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ต่อใบหน้า
หากหน้าเราสามารถรับได้ที่ทาลงไปเเล้วก็เป็นครีมที่น่าใช้เพื่อที่จะมาช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นได้สดชื่น
ควรเลือกชนิดเซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์เพราะจะช่วยดูเเลใบหน้าของเราเป็นอย่างดี
ควรทาทุกวันเพื่อจะให้ใบหน้าของเราดูมีความสดชื่นจะสามารถสู้กับการเข้าหาสังคมได้อย่างดี
สุดท้ายคืออย่าเอาใบหน้าของเราไปโดนสิ่งสกปรกไม่ว่าจะเป็นฝั่นละอองหรือสภาพอากาศที่ไม่ดีทั้ง
ควันพิษหรือสิ่งต่างๆที่ไม่ดีต่อสุขภาพใบหน้ารอบตัวเราหากอยู่ห่างได้ก็ยิ่งดีอย่างมาก
เพื่อการรักษาใบหน้าของเราให้มีสุขภาพที่ดีสวยใสในทกๆวัน
เเละนี้คือวิธการบำรุงรักษาดูเเลผิวหน้าของเราให้
สวยใสอยู่ในทุกๆวันเราต้องหมันรักษาหน้าของเราให้ดูดีอยู่เสมอเพื่อ
ที่จะนำใบหน้าของเราให้เป็นมิตรทุกคนที่พบเจอใครที่มีใบหน้าสวยใสใครก็อยากมองอยากมาคุยด้วย
เเละใครสนใจวิธีที่ได้กล่าวไปนั้นก็สามารถนำไปทำไปทดลองทำตามดูรับรองว่าจะได้ผลเป็นอย่างดีอย่างเเน่นอนร้อยเปอร์เซ็น…