Browsed by
หมวดหมู่: Uncategorized

ก่อนตรวจสุขภาพประจำปี ควรต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

ก่อนตรวจสุขภาพประจำปี ควรต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

การตรวจสุขภาพในทุกๆ ปี เป็นสิ่งที่จำเป็น

เพราะเมื่อร่างกายเราเริ่มมีสัญญาณอะไรที่ผิดปกติ จะได้ปรับปรุงแก้ไขได้ทันเวลา
แต่การจะไปตรวจนั้นมันก็มีการเตรียมตัวกันด้วย

ก่อนอื่นเรามาศึกษาให้ลึกกันอีกนิดว่าการตรวจสุขภาพนั้นทำกันไปเพื่ออะไร
มันไม่จำเป็นว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรงหรือว่ามีอาการป่วยอะไรบางอย่าง
เพราะบางครั้งโรคภัยไข้เจ็บที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกาย มันก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ
ออกมา กว่าจะรู้ก็สายเกินไป ทางที่ดีคือควรตรวจให้พบเจอตั้งแต่เนิ่นๆ
จะได้ไม่สายเกินแก้

ที่จริงแล้วการตรวจสุขภาพประจำปีไม่ได้จำเป็นว่าต้องทำทุกปีก็ได้
ให้พิจารณาเอาตามความจำเป็นของแต่ละคน แต่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น
การตรวจเป็นประจำทุกปีก็จะเป็นเรื่องที่ดี

การเตรียมพร้อมก่อนตรวจร่างกายนั้น
ผู้ที่เข้าตรวจจะต้องนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ในคืนก่อนตรวจควรจะนอนให้ได้ราวๆ 6-8 ชั่วโมง เพราะถ้าหากว่าอดนอนแล้ว
ผลการตรวจสุขภาพมีโอกาสที่จะออกมาเพี้ยนได้
เพราะว่าความดันและอัตราการเต้นของหัวใจของเราจะผิดไปจากปกติ
ซึ่งเป็นผลมาจากการนอนน้อยนั่นเอง

เรื่องของอาหารการกิน เราสามารถรับประทานกันได้ตามปกติ แต่จะต้องงดอหาร
รวมไปถึงเครื่องดื่ม ราวๆ 8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ
ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นต้องงดอย่างเด็ดขาด 1 วันก่อนตรวจ
เนื่องจากจะส่งผลต่อการตรวจสุขภาพ

ทางที่ดีควรเลือกไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพในช่วงเช้า
เพราะการอดอาหารนานๆ นั้นไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแน่ ถ้ายิ่งตรวจเร็วก็ยิ่งดี
เพราะจะได้รับประทานอาหารตามปกติ ร่างกายจะได้ไม่อิดโรย

กรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจมีโรคประจำตัว หรือว่ามีประวัติด้านสุขภาพอื่นๆ ที่สำคัญ
ควรแจ้งหรือนำรายงานแพทย์ติดไปด้วย เพื่อใช้สำหรับประกอบการวินิจฉัย
ขณะที่ผู้หญิงที่กำลังสงสัยว่าตั้งครรภ์อยู่ ต้องแจ้งให้ทราบก่อน
เพื่อที่จะได้งดการตรวจด้วยการเอ็กซ์เรย์

ส่วนผู้หญิงที่ต้องการตรวจภายใน
ให้เลือกวันตรวจสุขภาพก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน
ขณะที่ถ้าหากต้องการตรวจสุขภาพในช่วงที่มีประจำเดือน
ควรงดการตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดที่ปนเปื้อนออกมาจะส่งผลต่อการตรวจ
ส่วนการตรวจเอ็กซ์เรย์เต้านมก็เช่นกัน ควรเลี่ยงช่วงมีประจำเดือน
เพราะเต้านมจะคัดตึง และอาจตรวจไม่สะดวกนัก

ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งต่างๆ ที่ควรเตรียมตัว ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อตัวเราเอง
ยอมสละเวลามาทำสิ่งนี้กันแค่ปีละครั้งมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลย
สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนโชคดีไร้โรคภัยไข้เจ็บๆ มารบกวน…

5 วิธีดูแลสุขภาพ

5 วิธีดูแลสุขภาพ

ถ้าอยากมีร่างกายฟิตแบบสุดๆ ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ บทความวิกิฮาวนี้มีหลายคำแนะนำดีๆ สำหรับคุณ
ลองทำดูแล้วรับรองลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งและโรคอื่นๆ หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม
แถมอายุยืนยาวมีความสุขสุขภาพแข็งแรง สุขภาพนี่แหละเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของชีวิตคนเรา รู้แล้วจะรออะไร?
รีบลุกไปเปลี่ยนตัวเอง แล้วจะสุขภาพดีในเร็ววัน ไม่สำคัญว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ อ้วน ผอม สูง ต่ำ ดำ ขาว
สุขภาพปัจจุบันจะดีหรือแย่ก็ตาม
นอนหลับให้เพียงพอ. จะแข็งแรงสุขภาพดีได้ ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือก็คือ 7 – 9
ชั่วโมงต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ 8 – 10 ชั่วโมงต่อวันสำหรับวัยรุ่น และ 9 – 11 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็ก
ถ้านอนหลับเพียงพอ ระหว่างวันจะสดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอน
ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและเครื่องดื่มชูกำลังอุดมน้ำตาล
ตอนนอนหลับนี่แหละที่ร่างกายและจิตใจได้ซ่อมแซม ขับพิษ และฟื้นฟูตัวเอง ถ้าเป็นเด็กที่ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า
ก็ต้องรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ
แต่อย่าถึงกับนอนทั้งวัน เพราะถ้านอนเยอะเกินไปก็อันตรายพอๆ กับนอนไม่พอ ยกเว้นว่าถ้าอดนอนมา 1 วันเต็มๆ
จะนอนชดเชยยาวๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ถ้าตามปกติควรนอนไม่เกินจำนวนชั่วโมงที่แนะนำในแต่ละช่วงวัย
กินอาหารดีมีประโยชน์ โดยกินให้ครบหมู่ ร่างกายจะได้สารอาหารที่จำเป็น. อาหารดีมีประโยชน์
ก็คือต้องมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผักผลไม้ และไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าเป็นคาร์โบไฮเดรต
ให้เลือกโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ด ส่วนแหล่งโปรตีนที่ดีคือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ปลา ไข่ และถั่ว
นอกจากนี้พยายามกินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 5 – 9 servings (หน่วยบริโภค) ต่อวัน
ไขมันในปริมาณที่เหมาะสมก็จำเป็น เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ครบสมบูรณ์ ไขมันดีที่แนะนำก็เช่น น้ำมันปลา
น้ำมันมะกอก และน้ำมันมะพร้าว
ดื่มน้ำเยอะๆ. น้ำก็เปรียบเหมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้ร่างกายคุณกระฉับกระเฉงตลอดวัน พยายามดื่มน้ำให้ได้ 8 แก้ว
(แก้วละ 8 ออนซ์) ต่อวัน จะช่วยเติมพลังและความสดชื่น ถ้าดื่มน้ำไม่พอระวังสิวบุก ปวดหัว และเกิดภาวะขาดน้ำ
แค่ทำตามนี้ให้ได้ คุณก็จะสุขภาพแข็งแรงแล้ว
ไปหาหมอตา (ophthalmologist หรือก็คือจักษุแพทย์นั่นเอง). ถ้าตาสั้น ตายาว หรือตาเอียง ก็ต้องใส่แว่น ถ้าไม่ชอบ
ก็ให้เปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์แทน หรืออีกทีคือผ่าตัดปรับสายตา ถ้าใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียม
ก็ต้องใช้ให้ถูกชนิดและถูกวิธี ปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด เวลาออกแดดอย่าลืมใส่แว่นกันแดดด้วย
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ. ฉีดวัคซีนต่างๆ ให้ครบตามกำหนดหรือตามสภาพร่างกาย กินยาตามหมอสั่ง ทดสอบภูมิแพ้
ตรวจเลือดเช็คระดับคอเลสเตอรอล สรุปคือให้ตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำ
ถ้ามีอาการหรือโรคอะไรก็ให้รักษาไปตามนั้น…

5 ประโยชน์จาก “กระเทียม” ที่คุณต้องห้ามพลาด

5 ประโยชน์จาก “กระเทียม” ที่คุณต้องห้ามพลาด

กระเทียม ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารเกือบทุกชนิด

ทั้งอาหารไทยและอาหารต่างชาติ แต่กลับมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรง
ไม่ชวนน่าทานซักเท่าไร บางคนไม่ชอบหนักจนเลือกที่จะเขี่ยไปไว้ที่ขอบจานด้วยซ้ำ
แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากระเทียมยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายซ่อนอยู่ รับรองว่าถ้าคุณรู้
ครั้งต่อไปคุณจะไม่เขี่ยกระเทียมไว้ข้างจานอย่างแน่นอน
1. บำรุงเส้นผม
เมื่อเราทานกระเทียมเข้าไป มันจะทำหน้าที่ผลิตน้ำมันบนหนังศีรษะของเรา
ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผมเสียต่าง ๆ
โดยสารอัลลิซินจะบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยและช่วยลดปัญหาผมขาดร่วง
2. กำจัดสิว
โดยวิธีการรักษาก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำกระเทียมมาถูเบา ๆ ตรงบริเวณที่เป็นสิว
สารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นอยู่ในกระเทียม ก็จะทำหน้าที่ต่อต้านแบคทีเรีย
ทำให้หน้าของเราสวยใสไร้สิว

3. เพิ่มภูมิคุ้มกัน
กระเทียม มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้น และเมื่อภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้น
ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย
นี้จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเราจึงต้องทานกระเทียมอยู่เป็นประจำ
4. ควบคุมน้ำหนัก
สำหรับใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือกำลังลดน้ำหนักอยู่
แนะนำให้หาอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ และมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบมาทาน
รับรองว่าไขมันที่เราสะสมไว้มานานจะหายไปอย่างแน่นอน
5. แผลหายได้ด้วยกระเทียม
เพียงแค่คุณนำกระเทียมมาวางบนสะเก็ดแผล แล้วปิดทับด้วยผ้าพันแผล
รับรองได้เลยว่าสะเก็ดแผลของคุณแทบจะไม่ทิ้งรอยดำให้ปรากฏอยู่บนผิวสวย ๆ
ของคุณแน่…

4 เคล็ดลับช่วยให้ 'ฟันขาว'ไม่ต้องกลัวสารเคมี

4 เคล็ดลับช่วยให้ 'ฟันขาว'ไม่ต้องกลัวสารเคมี

 

สาวๆคนไหนที่อยากมีฟันขาวด้วยจากสูตรธรรมชาติ ประหยัดสตางค์
มาทางนี้จ้า
เพราะวันนี้เราเคล็ดลับดีๆที่ช่วยให้ฟันของคุณขาวยิ่งกว่าเดิม
ให้คุณเปิดเผยร้อยยิ้มได้อย่างเต็มที่
พร้อมกันแล้วเรามาดูวิธีทำให้ฟันขาวด้วยของจากธรรมชาติกันเลยดีกว่

มะนาว – เป็นกรดที่ทำหน้าที่เหมือนสารฟอกขาว
พียงคั้นน้ำมะนาวออกมาผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่เท่ากัน
แล้วนำไปถูฟันประมาณ 2-3 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ก็จะช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นได้
เปลือกกล้วย – ใช้ด้านในของเปลือกกล้วยมาขัดๆถูๆบริเวณฟัน
ประมาณ 3 นาที เพราะในเปลือกกล้วยนั้นมีสารที่ช่วยให้ฟันขาว
หลายชนิด เช่น โพแทสเซียมและแคลเซียม
และยังช่วยดูดซับคราบสกปรก

เปลือกส้ม – นำเปลือกส้มไปตากแดดให้แห้งสนิท
แล้วนำมาบดหรือตำให้ละเอียด
แล้วนำไปแปรงเป็นเหมือนยาสีฟันแบบธรรมชาติ บ้วนปากให้สะอาด
ใช้เป็นประเท่านี้ฟันของคุฯกก็ขะขาวสะอาดเลยทีเดียว
แอปเปิ้ล – แค่เรากินแอปเปิ้ลก้ช่วยให้ฟันของเราขาวปิ๊งได้
เพราะในแอปเปิ้ลนั้นมีกรดอ่อนๆและกากใยในแอปเปิลจะทำหน้าที่ขัดถู
กคราบเหลืองบนผิวฟันของเรา
ที่มีคุณสมบัติที่ช่วยทำความสะอาดผิวของฟัน เช่น คราบกาแฟ
หรือเศษอาหารที่เรารับประทานเข้าไป
แครอท – อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยป้องกันโรคเหงือกอักเสบ
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื่อแบททีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก
และยังช่วยปรับสมดุลของกรด-ด่างผ่านในช่องปากอีกด้วย…

สุขภาพ.ความงาม.ทำอย่างไรให้ใบหน้าของเราดู

สุขภาพ.ความงาม.ทำอย่างไรให้ใบหน้าของเราดู

สวยใสในทุกๆวันใบหน้าของเรานั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องการใบหน้าที่ดูดีมีความใสทั้งวัน
เเละหากต้องการมีใบหน้าที่ดูดีเเล้วต้องมีการดูเเลรักษาที่ดีด้วย
เเละมาดูกันว่าการดูเเลรักษาใบหน้าของเราให้สว่างสวยใสควรทำอย่างไรบ้าง
อย่างเเรกคือการล้างหน้าให้หมดจดเเละสะอาดที่สุด
เป็นวิธีการง่ายๆในการดูเเลรักษาใบหน้าของเราให้ขาวสะอาดเพียงการล้างหน้าก็จะช่วยให้หน้าเรา
ใสได้เเล้วเเละควรทำบ่อยๆเพราะในเเต่ละวันเราต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
อาจจะมีฝุ่นละอองติดมาที่ใบหน้าของเราเเละขั้นตอนเเรกที่จะทำ
ความสะอาดคือการล้างหน้าจะช่วยให้สิ่งสกปรกออกจากใบหน้าเราไป
วิธีการต่อมาคือการเลือกครีมล้างหน้าที่เหมาะกับผิวของเรา
ทุกคนต้องมีครีมล้างหน้าที่เหมาะกับใบหน้าของเรา
เพื่อที่จะทำความสะอาดหน้าเราเเละมีช่วยให้รักษาใบหน้าที่เราหวงเเหนด้วย
เดียวนี้มีครีมล้างหน้ามากมายเเละเราก็ควรเลือกครีมที่เหมาะกับใบหน้าของเรามากที่สุดเพื่อมาใช้คู่
กับการล้างหน้าของเราจะช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นสะอาดมากยิ่งขึ้น
เมื่อเรามีครีมล้างหน้าเเล้วสิ่งที่จะสามารถบำรุงใบหน้าของเราได้ก็คือครีมบำรุงผิวหน้าของเราซึ่งเราก็ต้องมีเหมือนกัน
เพื่อเป็นการรักษาความงามของเราให้อยู่กับหน้าเราตลอดเวลา ทุกคนต้องมีครีมบำรุงหน้า
ไม่ว่าจะทำมาจากสมุนไพรหรือครีมที่สกัดมาจากสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ต่อใบหน้า
หากหน้าเราสามารถรับได้ที่ทาลงไปเเล้วก็เป็นครีมที่น่าใช้เพื่อที่จะมาช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นได้สดชื่น
ควรเลือกชนิดเซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์เพราะจะช่วยดูเเลใบหน้าของเราเป็นอย่างดี
ควรทาทุกวันเพื่อจะให้ใบหน้าของเราดูมีความสดชื่นจะสามารถสู้กับการเข้าหาสังคมได้อย่างดี
สุดท้ายคืออย่าเอาใบหน้าของเราไปโดนสิ่งสกปรกไม่ว่าจะเป็นฝั่นละอองหรือสภาพอากาศที่ไม่ดีทั้ง
ควันพิษหรือสิ่งต่างๆที่ไม่ดีต่อสุขภาพใบหน้ารอบตัวเราหากอยู่ห่างได้ก็ยิ่งดีอย่างมาก
เพื่อการรักษาใบหน้าของเราให้มีสุขภาพที่ดีสวยใสในทกๆวัน
เเละนี้คือวิธการบำรุงรักษาดูเเลผิวหน้าของเราให้
สวยใสอยู่ในทุกๆวันเราต้องหมันรักษาหน้าของเราให้ดูดีอยู่เสมอเพื่อ
ที่จะนำใบหน้าของเราให้เป็นมิตรทุกคนที่พบเจอใครที่มีใบหน้าสวยใสใครก็อยากมองอยากมาคุยด้วย
เเละใครสนใจวิธีที่ได้กล่าวไปนั้นก็สามารถนำไปทำไปทดลองทำตามดูรับรองว่าจะได้ผลเป็นอย่างดีอย่างเเน่นอนร้อยเปอร์เซ็น…

อยากผิวสวยเชิญทางนี้!! 5 วิธีเติม “วิตามินซี” ให้ร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ

อยากผิวสวยเชิญทางนี้!! 5 วิธีเติม “วิตามินซี” ให้ร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ

วิตามินซี เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะกับเรื่องผิวพรรณ เพราะวิตามินซีสามารถต่อต้านสารอนุมูลอิสระ
ชะลอความแก่ ลดการเกิดของริ้วรอย และช่วยให้ผิวเนียนนุ่มได้เป็นอย่างดี
วันนี้เราเลยรวบรวม 5 วิธี ที่จะเติมวิตามินซีให้ร่างกายแบบไม่อันตรายมาฝากกัน

1. ทานผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี
ถ้าหากอยากมีผิวสวยสุขภาพดี ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ
เพียงแค่ทานผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างเช่น ส้ม กีวี ฝรั่ง สับประรด
สตอรอเบอร์รี่ หรือ ลิ้นจี่ อยู่เป็นประจำ
ก็จะทำให้ผิวของเราสวยจากภายในสู่ภายนอกแน่นอน

2.ทานอาหารเสริมเป็นวิตามินซี
อีกหนึ่งวิธีที่จะได้วิตามินซี คือ การทานวิตามินซีที่มาในรูปแบบอาหารเสริม
ซึ่งแพทย์แนะนำว่าควรทานวันละ 1,000 มิลลิกรรม
ก็เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการแล้ว

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีเป็นส่วนประกอบ
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีเป็นส่วนผสม
เพราะเราจะดูแลจากภายในอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแลภายนอกด้วย
ทางที่ให้ดูแลควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนที่สุด

4. ดื่มน้ำหมักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
แนะนำให้ลองทำน้ำหมักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเก็บไว้ดื่ม วิธีทำก็ง่ายๆ
เริ่มจากหั่นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงลงไปแช่ในน้ำเปล่า จากนั้นนำไปแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น
24 ชั่วโมง เพียงเท่านี้เราก็จะได้น้ำหมักผลไม้ไว้ดื่มเพิ่มวิตามินซีให้ร่างกายแล้ว
นอกจากจะช่วยเพิ่มวิตามินซีแล้ว ยังช่วยลดความอยากของหวานลงไปได้ด้วย

5. ป้องกันผิวจากมลภาวะต่าง ๆ
เมื่อเรายอมเสียทั้งเวลา เสียเงิน เพื่อบำรุงให้ผิวสวยมาขนานนี้แล้ว
สิ่งต่อไปที่ควรทำคือการปกป้องผิวของเราไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด รังสีต่าง ๆ
และมลภาวะในอากาศ ด้วยการทาครีมกันแดด หรือหลีกเสียงการรับแสงแดดโดยตรง
เพียงเท่านี้ผิวสวยๆ ก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน…

3 เคล็ดลับการดูแลผิว สำหรับผิวแต่ละแบบ !!

3 เคล็ดลับการดูแลผิว สำหรับผิวแต่ละแบบ !!

สภาพผิวหน้าของคนเรามีหลายรูปแบบ ทั้ง ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม

ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักกับสภาพผิวในแต่ละแบบ
เพื่อที่จะได้ดูแลผิวอย่างถูกวิธีและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผสม
ผิวในแต่ละคนด้วย วันนี้เราจึงน้ำเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าในแต่ละแบบ
เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ไปดูพร้อมๆกันกันเลยจ้า !
1.สาวผิวมัน
สำหรับใครที่ผิวมัน
ทั้งร้อยเชื่อกันว่าการล้างหน้าบ่อยๆนั้นจะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้
แต่จริงๆแล้วคือความเชื่อผิดๆ
เพราะการล้างหน้าบ่อยๆนั้นจะทำให้การทำงานของต่อมไขมันมากขึ้น
ซึ่งการหน้าที่ถูกต้องนั้นคือล้างอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ เช้า-ย็น
โดยใช้น้ำอุหภูมิปกติไม่ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็น
ควรเลือกใช้ผผลิตภัณท์ที่มีสาร MAP
ที่ช่วยลดความมันส่วนเกินแต่ไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ
เลือกใช้โฟมหน้าหน้าสำหรับผิวมัน เป็นต้น
2.สาวผิวแห้ง

คนที่มีผิวแห้ง
เกิดจากการทีผิวขาดความชุ่มชื้นเนื่องจากต่อมไขมันทำงานช้ากว่าปกติ
น้ำในเซลล์ผิวลดลง ผิวจึงแตกแห้งเป็นขุยอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งคนที่มีผิวแห้งนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไ
รเซอร์ ใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน หรือพอกหน้า –
การมาส์กหน้าด้วยของงธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น
และควรงดส่วนผสมที่มีกรด เพราะจะทำให้ผิวลอกเข้าไปอีก
3.สามผิวผสม
ผิวผสมคือผิวแต่ละจุดบนใบหน้าอาจจะแห้งแตก
ในบางบริเวณจะมีผิวมันในโซนใบหน้า จมูก คาง และหน้าผาก
โดยล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ที่ใช้แล้วไม่ทิ้งความแห้งตึง
เลือกที่จะใช้โทนเนอร์ โดยโทนเนอร์ตัวเดียวกัน
ควรใช้ครีมกันแดดทุกวัน ดูแลส่วนที่แห้ง เป็นต้น…

5 เคล็ดลับดูแลหน้า สำหรับสาวๆ

5 เคล็ดลับดูแลหน้า สำหรับสาวๆ

 

 

แน่นอนว่า ผู้หญิง ยิ่งโตขึ้น ความรักสวยรักงาม หรือ ดูแลตัวเอง ก็มักจะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยบริเวณที่ผู้หญิง มักให้ความสนใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้น ในส่วนของ ใบหน้า ที่เหมือนกระจกแรก เวลาที่คนอื่นเห็น ท่ามกลางวิธีดูแลใบหน้าต่างๆ ที่เราพบเห็น อาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องที่สุด – ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับจริงๆ ว่ามีอะไรบ้าง ชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินให้แพง

 

ล้างหน้าให้สะอาดหมด

 

ก่อนล้มตัวลงนอนทุกครั้ง สาวๆ ต้องล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะสาวคนไหนที่แต่งหน้า ต้องเช็ดเครื่องสำอางออกให้เกลี้ยง จากนั้นให้ล้างหน้าตามขั้นตอนปกติอย่างถูกต้อง และควรล้างหน้าให้สะอาดเช้าและเย็น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกไม่ให้อุดตันรูขุมขน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้แล้ว เห็นมั้ยหละ ง่ายนิดเดียว

 

เลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับผิว

 

ปัจจุบันแน่นอนว่า ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ ดังนั้นเราอยากแนะนำให้สาวๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิว อาทิเช่น ไม่ว่าจะเป็นเจล ครีม สบู่หรือโฟมล้างหน้า สำหรับสาวผิวแห้ง ควรเลือกสูตรที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและใหความอ่อนโยนต่อผิว

 

ซับผิวหน้าเบาๆ

 

หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว หลายคนอาจจะเผลอหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดถูผิวหน้าอย่างรุนแรง แต่แบบนี้จะเป็นการทำลายผิวให้เกิดการเสียดสีและมีริ้วรอยง่ายขึ้น ดังนั้นเราอยากแนะนำให้ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ อย่างเบามือจะดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และควรหมั่นเปลี่ยนผ้าขนหนูผืนใหม่ทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกบ่มเพาะจนเกินไป

 

สครับผิวหน้า

 

หลังจากนั้นเราควรสครับผิวหน้าบ้าง สัปดาห์ประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่สดใสและแข็งแรงกว่าเดิม เรียกได้ว่า เมื่อคนอื่นเห็น จนต้องเหลียวมองกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ ทำให้หน้าดแลดูอ่อนกว่าเยาว์ด้วย

 

ทาครีมบำรุงที่เหมาะกับผิว

 

นอกเหนือจาก โฟมแล้ว การเลือกทาครีมบำรุงผิวที่มีเหมาะสมกับสภาพผิวหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น สาวผิวแห้งก็ควรเลือกครีมบำรุงชนิดเซรั่มหรือมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น เพื่อการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก

 …

เมนูอาหารอร่อยง่ายไม่เกิน 200 แคลอรี่ มารับประทานเพื่อลดน้ำหนักกันเถอะ

เมนูอาหารอร่อยง่ายไม่เกิน 200 แคลอรี่ มารับประทานเพื่อลดน้ำหนักกันเถอะ

 

อาหารกับการลดน้ำหนักเหมือนจะไปด้วยกันได้   แต่บางคนก็เลือกที่จะรับประทานอาหารที่อร่อยและมีรสชาติที่ถูกปากแต่ว่าแคลอรี่สูง   ในขณะที่บางคนก็เลือกทานแต่อาหารคลีนที่มีรสชาติจืดชืด  ไม่ค่อยอร่อยแต่แคลอรี่ต่ำ  แล้วเราจะสามารถอยู่ตรงกลางได้ไหม  ในขณะที่รับประทานอาหารรสชาติอร่อยด้วยและแคลอรี่ต่ำด้วย วันนี้เรามีอาหารยอดฮิตที่มีแคลอรี่ไม่เกิน 200 รสชาติอร่อยถูกปากสาวไทยอย่างแน่นอน  พร้อมแล้วไปดูกันเลย

ผัดพริกแกงหมู 200 แคลอรี่

ไม่น่าเชื่อว่าแกงหมูอาหารไทยรสชาติจัดจ้านที่มีหมูเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนและให้พลังงานจะมีแคลอรี่เพียง 200 เท่านั้น  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการลดน้ำหนักและสาว ๆ ที่ชอบอาหารรสจัดจ้าน  ช่วยให้เจริญอาหารแต่ก็ไม่ควรรับประทานพร้อมกับข้าวสวย  ในปริมาณที่มากจนเกินไป   เพราะจะทำให้มีเพิ่มแคลอรี่ได้   ดังนั้นเมนูอาหารเย็นวันนี้ที่เราจะแนะนำให้สาว ๆ ลองรับประทานก็คือผัดพริกแกงหมูรับรองว่าอร่อยและแคลอรี่ต่ำด้วย

ผัดกะหล่ำปลีใส่กุ้ง 190 แคลอรี่

สำหรับคนที่ชื่นชอบรับประทานผัดผัก  จะต้องรู้จักและคุ้นเคยกับเมนูนี้เป็นอย่างดี  ผัดกะหล่ำปลีใส่กุ้งและเพิ่มเติมแครอทลงไป  เป็นเมนูอาหารที่เหมาะสำหรับรับประทานในช่วงเย็น  ลดน้ำหนักได้และยังมีวิตามินจากผักเพื่อประโยชน์แก่ร่างกายด้วย

ผัดถั่วลันเตาใส่กุ้ง 190 แคลอรี่.

เมนูนี้เป็นเมนูสุดโปรดของใครหลายคน  ซึ่งเป็นเมนูที่มีรสชาติอร่อยหอมหวานจากถั่วลันเตา  และมีกุ้งที่ช่วยเพิ่มรสชาติเรื่องโปรตีนให้กับอาหารจานนี้   ด้วยเหมาะสำหรับเป็นเมนูอาหารเย็น   ที่มีแคลอรีไม่สูง  อร่อยถูกปากรับรองได้ว่าคุณเลือกรับประทานเมนูนี้จะไม่เพิ่มแคลอรี่แน่นอน

โจ๊กหมู 160 แคลอรี่

สำหรับโจ๊กหมูเป็นเมนูที่รับประทานได้  ทั้งเช้าและเย็นเป็นเมนูที่รับประทานง่าย ๆ อิ่มท้องและช่วยให้หลับสบายอีกด้วย   สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก   แต่อยากรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายเราขอแนะนำให้คุณเลือกโจ๊กหมูซึ่งเป็นเมนูที่อร่อยถูกปากอีกทั้งเทอร์รี่ไม่สูงด้วย

ยำทะเลรวมมิตร 150  แคลอรี่

เมนูนี้เป็นเมนูลดน้ำหนักยอดฮิต   ที่เหมาะสำหรับสาว ๆ  ที่ต้องการลดน้ำหนัก  แต่ไม่อยากอดอาหารในช่วงเย็นอีกทั้งเมนูนี้ยังเป็นเมนูที่รับประทานได้ง่าย  รสชาติอร่อย  จัดจ้านและสามารถเลือกปรุงรสชาติได้ตามใจชอบอีกด้วย

ซึ่งหากว่าเลือกว่าเมนูที่เราแนะนำไปรับประทานนั้น  ซึ่งเป็นเมนูที่ไม่เพิ่มแคลอรี่เป็นเมนูอาหารไทยที่หารับประทานได้ง่าย รสชาติอร่อยและไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มด้วย…

ออกกำลังกาย เคล็ดลับสำหรับคนอยากผอม กับการลดหุ่นที่ทำได้ไม่ยาก

ออกกำลังกาย เคล็ดลับสำหรับคนอยากผอม กับการลดหุ่นที่ทำได้ไม่ยาก

ออกกำลังกาย ใครที่อยากมีหุ่นดี ๆ ใช่ชุดอะไรก็สวย ไม่ต้องกลัวปลิ

ออกกำลังกาย กลัวอ้วน หรือใช่ชุดแล้วไม่มั่นใจ ขอบอกเลยนะคะว่า สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ทุกคนที่อยากผอม จะต้องมีเคล็ดลับในการลดหุ่น ให้เป๊ะปังอลังเวอร์ ถ้าอยากรู้ ต้องไปดูกันเลยค่ะ

1.จะต้องเลือกรับประทานอาหาร

การเลือกรับประทานอาหารนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่กำลังจะลดน้ำหนัก เนื่องจากว่า การลดน้ำหนักนั้น สาว ๆ จะต้องคำนึงปริมาณของอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ และจะต้องมีแคลอรี่ที่ไม่เกินกำหนดด้วย และจะต้องรับประทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด  ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารมื้อเช้า ควรเน้นเป็นอาหารที่ใช้พลังงานและโปรตีน  หรือจะเป็นธัญพืชกับโยเกิร์ตไขมันต่ำก็ได้ ก็จะช่วยให้สาว ๆ มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์และไม่อ้วนอีกด้วย ส่วนมื้อกลางวัน ควรเน้นอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะว่าร่างกายจะต้องนำไปใช้ในระหว่างวันด้วย  เช่น อกไก่ ไข่ต้ม ส่วนอาหารว่างในระหว่างวันนั้น ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ไม่แน่นท้อง ซึ่งควรเน้นเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่น เช่น เบอร์รี่จะดีกว่า ส่วนอาหารเย็นนั้น ควรเลือกเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ไม่ควรทานอาหารหนัก  เช่น หมูกระทะ เพราะอาหารเหล่านี้จะให้อ้วนได้ นอกจากนี้ลดปริมาณความเค็มของโซเดียมนั้น  เพราะว่าในโซเดียมจะทำให้ตัวบวมขึ้นได้ ดังนั้นควรลดปริมาณโซเดียมจะดีที่สุด

  1. ออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก

ซึ่งการออกกำลังกายนั้น ส่งผลดีต่อร่างกายของคุณอยู่แล้ว อีกทั้งการออกกำลังกายนั้น จะช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานมากยิ่งขึ้นด้วย และการกระโดดเชือกทุกวันวันละ 20 นาทีจะช่วยลดน้ำหนักๆได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งการกระโดดเชือกในแต่ละวัน แนะนำให้กระโดดครั้งละ 10 นาที แล้วพัก จากนั้นก็กระโดดใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสูบฉีดเลือดได้ดีที่สุดด้วย และนอกจากนี้ คุณสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายตามแบบที่คุณชอบได้ โดยไม่ต้องทำแบบเดิม คือ ไม่ต้องกระโดดเชือกทุกวัน  แต่เปลี่ยนมาเป็นวิ่ง ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็ได้

เทคนิคการลดน้ำหนักนั้น จะต้องใช้เวลา ซึ่งคุณไม่สามารถใช้เวลาภายใน 1-2 วัน แล้วน้ำหนักจะลดลงได้ ซึ่งการที่คุณมีความอดทน และมีแรงบันดาลใจเพียงพอนั้น จะทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างที่คุณต้องการได้เลยทันที และนอกจากนี้ หากการลดน้ำหนักดที่ดีที่สุด คือ คุณจะต้องควบคุมอาหารไม่ตามใจปาก งดของหวาน ของทอด ของมัน ซึ่งอาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง

 

 

 …