วิตามินที่มีประโยชน์เจ้าอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง ตอนที่ 2

วิตามินที่มีประโยชน์เจ้าอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง ตอนที่ 2

จากตอนที่ 1 เราได้ทราบกันแล้วว่าวิตามินที่ละลายในไขมันนั้นพบในสารอาหารประเภทใดบ้าง
มาถึงตอนที่ 2 จะกล่าวถึงวิตามินที่ละลายได้ในน้ำกันบ้าง
ซึ่งวิตามินกลุ่มที่ละลายได้ในน้ำนั้นก็มีหลายหลากชนิด
และมีประโยชน์ต่อร่างกายต่างกันไป
เรามาดูกันดีกว่าว่าวิตามันเหล่านี้สามารถพบได้ในอาหารประเภทใดบ้าง
1. วิตามินซี (C)
ประโยชน์ – ทำหน้าที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนซ์ ต้านอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัย
– ช่วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
– ช่วยป้องกันภาวะตาพร่ามัว หรือต้อกระจก
– ช่วยลคความเสี่ยงในการเกิดโดรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม
มะเร็งช่องปากและทางเดินอาหาร
– ช่วยสมานแผล
– ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง
แหล่งที่พบ – ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่
– ผักประเภท กะหล่ำปลี, พริกหยวก, มะเขือเทศ, บล็อกโคลี่, ผักโขม และมันฝรั่ง
2. ไบโอติน (Biotin)
ประโยชน์ – ช่วยให้กระดูก ฟัน และเส้นผมแข็งแรง
ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
– เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนอาหารที่กินเข้าไปเป็นพลังงาน
– ช่วยทำลายกรดไขมันที่เป็นอันตราย
แหล่งที่พบ – ไข่แดง
– ถั่วเหลือง
– ธัญพืช Whole grains
– ปลา
3. โคลีน (Choline)
ประโยชน์ – ช่วยในกระบวนการเผาผลาญของร่างกายและไม่ให้ไขมันสะสมในร่างกาย
– ช่วยในกระบวนการสร้างอะซีทิลคลอลีน
ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทของร่างกายช่วยในการนำกระแสประสาทจากสมองและเส้นประสาท
ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
แหล่งที่พบ – นม
– ไข่
– ถั่ว
4. โฟลิค เอซิด (Folic acid)
ประโยชน์ – จำเป็นต่อการสร้างของเซลล์ใหม่ๆ
ทดแทนที่บาดเจ็บในร่างกาย
– ทำให้ระดับโฮโมซิสเทอีนในเลือดลดลง (Homocysteine เป็นสารที่ได้หลังจากร่างกายย่อยโปรตีน
ซึ่งหากมีสารนี้ในเลือดสูงจะเกิดอันตรายต่อหลอดเลือด ทำให้ผนังของหลอดเลือด เช่นหลอดเลือดหัวใจ
หรือหลอดเลือดที่สมอง ถูกทำลาย ก่อให้เกิดโรคตามมาได้)
– ในหญิงมีครรภ์การได้รับกรดโฟลิคตั้งแต่การตั้งครรภ์ระยะแรกๆ จะช่วยให้ทารกในครรภ์สมบูรณ์
ไปยับยั้งกระบวนการสร้างสมองและกระดูกสันหลังที่บกพร่องในทารกได้
– ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็งลำไส้ใหญ่
แหล่งที่พบ – แอสพารากัส, บร็อคโคลี่, ผักโขม, หัวเทอร์นิป
– น้ำส้มคั้น, น้ำมะเขือเทศ
– ถั่วต่างๆ และธัญพืช
จากข้อมูลข้างต้นการรับประทานไข่นอกจากจะทำให้ร่างกายได้โปรตีนแล้ว
ยังช่วยให้ร่างกายได้วิตามินด้วย
ซึ่งแต่เดิมนั้นเชื่อว่าการรับประทานไข่มากกว่า 2
ฟองต่อวันจะเพิ่มระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดได้
แต่ในปัจจุบันผลการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานไข่
โดยเฉพาะไข่แดง ไม่ได้สัมพันธ์กับการเพิ่มของคลอเรสเตอรอล
แต่ควรเลือกทานเป็นไข่ต้ม เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำมันจากการทอดไข่ดาว
หรือไข่เจียว และผู้สูงอายุก็สามารถรับประทานไข่แดงได้
ซึ่งการรรับประทานอาหารต่างๆ
ก็ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการไม่มากจนสะสมเป็นส่วนเกินของร่างกาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *