ผลเสียของอาการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด

ผลเสียของอาการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด

ปัจจุบันอาหารฟาสต์ฟู้ด นั้นได้รับความนิยม
โดยเฉพาะกับเหล่าวัยเรียน, วัยทำงาน ที่ช่วงชีวิตเร่งรีบ
จนไม่มีเวลาเลือกทานอาหารที่เหมาะสม ทำให้ ฟาสต์ฟู้ด
นั้นสามารถตอบโจทย์ได้ดี
นอกจากนี้วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยชอบรับประทานอาหารเหล่านี้
สาเหตุแห่งความนิยมประการหนึ่ง
เกิดจากอาหารฟาสต์ฟู้ดมีการโฆษณาจูงใจให้ลุ่มหลงได้ง่าย
ผู้ผลิตอาหารจึงพยายามออกแบบให้อาหารเหล่านี้มีรูปลักษณ์ที่ถูกใจวัย
รุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้คือ
สภาพครอบครัวปัจจุบันที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารในบางมื้อ
พ่อแม่บางคนจึงจูงลูกจูงหลานไปฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดริมท
าง ซึ่งอาหารฟาสต์ฟู้ดนั้นไม่ได้ส่งผลดีกับสุขภาพ
มีโทษมากมายต่อร่างกาย นอกจากความรวดเร็วและสะดวกเท่านั้น

โดยคนส่วนใหญ่มักไม่ทราบข้อมูลว่าการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดบ่อ
ยๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลเสียต่อสุขภาพ
เพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยแป้ง ไขมัน
และน้ำตาล
นอกจากนี้
วงการโภชนาการของสหรัฐอเมริกาและองค์การอนามัยโลก
เรียกอาหารเหล่านี้ว่า “อาหารขยะ” หรือ Junk Food
เพราะเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่ไม่เหมาะสมกับความต้อง
การของร่างกาย และให้เฉพาะแต่พลังงานเท่านั้น

ซึ่งหากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพเ
ป็นอย่างมาก เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ กำลังเป็นปัญหาในประเทศตะวันตกทั้งหลาย

ส่วนอาการกับเด็กการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดของเด็กยากจนที่ไม่มี
อาหารรับประทานจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต
และพัฒนาการของร่างกายระยะยาว และยังจะทำให้เกิดโรคอ้วน
จึงมีความเสียงต่อการเกิดโรคต่างๆ
นอกจากนี้ ยังมีโรคที่เรียกว่า เดอะ จังก์ฟู้ด ซินโดรม
เกิดจากการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการผิ
ดปกติ ซึ่งมักพบในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 – 12 ปี
ที่รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดต่อเนื่องมาได้ระยะหนึ่ง
จึงปรากฏอาการที่ผิดปกติ ได้แก่ ตื่นเต้นง่าย ควบคุมตนเองไม่ค่อยได้
ฝันร้าย ปวดท้อง เกิดความเหนื่อยหน่าย อารมณ์ร้อน ก้าวร้าว ดื้อดึง
และไม่มีสมาธิในการเรียน สุดท้ายก็ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ
และไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร
ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยจากการรับประทานอาหาร ฟาสต์ฟู้ด หรือ
จังก์ฟู้ด คือการบวมน้ำ จากการบริโภคจำพวกเฟรนช์ฟรายด์
มันฝรั่งทอดกรอบต่างๆ ที่วางขาย มักมีส่วนผสมของ เกลือ หรือโซเดียม
ในปริมาณที่สูงมาก และบรรดาโซเดียมนี่ล่ะ จะเป็นตัวดูดน้ำ
เข้ามาเก็บไว้ในเนื้อเยื่อ จนทำให้ร่างกายบวมน้ำ ถ้ารู้ว่าวันไหน
รับประทานอาหารจำพวกนี้เยอะไปล่ะก็ ให้รับประทานผลไม้
ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น สับปะรด กล้วย แอ๊ปเปิ้ล
เพื่อช่วยขับโซเดียมออก เพื่อลดอาการบวมน้ำ
และไปส่งผลเสียต่อไตในอนาคตอีกด้วย
เรียกได้ว่าข้อดีไม่ค่อยจะมีนอกจากได้รับพลังงานเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *